วิธีทำให้คุณดูเหมือน “รุ่นใหญ่” ในวงการดีเจ!!

January 10, 2015

บทความนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะกลายเป็นรุ่นใหญ่ไปเลยจริงๆหรือถูกจับเซ็นสัญญากับค่ายใหญ่ร้านดัง ได้ในทันที(เพราะนั้นมันต้องอาศัยเทคนิค ประสพการ์ณ รสนิยมทางดนตรีและอื่นๆ)...แต่มันเกี่ยวกับว่า คุณจะมี “วิถี” แบบไหนในการปฎิสัมพันธิกับคนรอบตัว วิธีการต่างๆปฎิบัติต่อคนที่จะช่วยพลักดันให้คุณไต่อันดับสูงๆขึ้นไป และที่สำคัญสร้างแฟนคลับ สำหรับตัวคุณเอง!!

 

 

 

 

ทัศนคติอย่างไร ให้ดูมืออาชีพ

ในโลกของดนตรีนั้นคนส่วนใหญ่มักจะหลงรัก ศิลปินหรือดีเจที่มีความเป็น “คำนึง”ถึงคนดู หรือ “Friendly” กับคนดู มากกกว่าพวกที่ “โลกส่วนตัวสูง”...ความประทับใจนั้นมันเกิดขึ้นได้จริงๆนะ เราแค่เป็นคนรับรู้และเข้าถึงคนดูอยู่เสมอ..แต่ก็เป็นตัวเราเองด้วย!! (อย่าเสียความเป็นตัวเองให้ตลาดจนเกินไป) ที่คุณต้องทำคือพยายามสังเกตพฤติกรรมและทัศนคติของเรา พยายามหลบเลี่ยงพฤติกรรม “หาเรื่อง” หรือ “สีหน้าหงุดหงิด”กับคนดูซะ เพราะนอกจากเป็นเหมือนการไล่คนดูอย่างตรงๆแล้ว ยังเป็นการไล่ตัวเองออกจากร้านอย่างอ้อมๆอีก(เพราะเจ้าของร้านอาจประเมินคุณอยู่ทุกขณะก็ได้) อย่าลืมว่าวงการนี้มีดีเจอีกเพียบรอค่อยที่จะแย่งตำแหน่งที่คุณยืนอยู่!!

 

การเป็นคนอารมณ์ดีสนุกสนาน รักการเอนเตอร์เทน ยังเปรียบเสมือนการช่วย “โปรโมทตัวคุณเองอยู่ตลอดเวลา”, “เป็นการสร้างแฟนพันธ์เพิ่มมากขึ้น” และที่สำคัญคือ “เป็นการสร้างสัมพันธ์กับ เพื่อนรวมงานคนอื่น..สต๊าฟ..คนคุมเสียงและทีมงานคนอื่นๆ” (แล้วคุณจะเข้าใจเมื่อเกิดเวลาคับขัน)

 

 

 

 

อย่าทำพฤติกรรม “ตระคุบงานซ้อน” เป็นอันขาด

เมื่อคุณถูกจีบให้ไปแสดงในงานใหญ่ หรืองานพิเศษที่ได้เงินก้อนโต แต่จังหวะนั้นคุณบังเอิญรับงานที่คลับอื่นไปแล้ว..แล้วคุณจะทำอย่างไรหรือ?!? เอาล่ะ..ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนก็ตาม ในวันนี้เราจะแค่บอกคุณถึงส่ิงที่คุณไม่ควรทำละกัน!!  

 

    การรับงานซ้อนนั้น คือสิ่งที่แย่ที่สุดของวงการดีเจ..สมมุติว่าถ้าวันนั้นงานทั้งสองงานเวลาไม่ชนกัน คุณคิดว่างานแต่ละงานแค่ไม่กี่ชั่วโมง..ก็แค่จัดสรรเวลาดีๆก็เรียบร้อย อันนี้มันก็เข้าใจกันได้อยู่ แต่ถ้าคุณไปเล่นงานหนึ่ง และอยู่ๆคุณดันตัดสินใจไม่โผล่ไปอีกงาน(ด้วยเหตุใดก็ตาม) นี่มันคนละเรื่องกัน!! หลายคนอาจจะคิดว่า “เราคงไม่ทำตัวแบบนี้หรอก” ซึ่งถ้าตอนนี้มันก็ใช่ แต่ใครจะรู้ว่าวันนั้น อารมช่วงเวลานั้นที่สถานการณ์ที่ว่านั้นเกิดขึ้น..และคุณต้องตัดสินใจล่ะ!?!  …อย่างน้อยในหัวข้อนี้ เราแสดงความเป็นมืออาชีพ โดยการแจ้งคลับใดคลับหนึ่งว่าเราไม่ว่าง และกล่าวขอโทษว่าคุณไม่สามารถไปเล่นที่ร้านเข้าได้

 

 

 

 

รุ่นใหญ่ต้อง “คุมอารมณ์อยู่”

หลายคนคงเข้าใจกับคำว่า “อารมณ์ศิลปิน” กันดี อารมณ์พวกนี้มันจะมีมากกว่าปุถุชนทั่วไปธรรมดา และเมื่อคุณค้นพบตัวคุณเองว่า ถูกห้อมล้อมไปด้วยดีเจคนอื่นๆ หรือศิลปินและนักแสดงคนอื่นๆ เรื่องมันจะยิ่งซับซ้อนจนอาจเกิดเป็นดามร่าได้!! การอาศัยอารมณ์นั้นถือว่าเป็นเรื่องดีและส่งผลให้อาชีพได้จริง แต่ตราบเท่าที่เรา “คุมมันอยู่” ถึงแม้จะมีบางทีที่ คุณไม่สามารถหยุดคำพูดหรือการกระทำบางอย่างได้ เพียงเพราะมีคนต้องการจะหาเรื่องคุณ หรือจงใจจะก่อกวนก็ตาม แต่ในบทความนี้เราพูดถึง การทำให้คุณดูเหมือนมืออาชีพ บางที่การเป็นรุ่นใหญ่ มันต้องใจเย็น เพราะบางที่คนเห็นเหตุการณ์อาจเข้าใจผิดได้ว่าเราเป็นคนเริ่มก่อน หรือเห็นเรากระทำเรื่องแย่ๆ(เพราะภาพที่ออกมันมักเกินจริงจนเกิดเป็นดราม่าดังเช่นทุกวันนี้)

 

 

 

 

อย่า “เมา” จนเกินเหตุ!!!

 

“อำกันรึเปล่า??”….เปล่าเลยเราหมายความว่าอย่างนั้นจริง!!  การดื่มนั้นถือเป็นเรื่องปรกติของดีเจ และเปรียบเสมือนการเป็นส่วนหนึ่งของคนดู ของปาร์ตี้ได้อย่างลงตัว..แต่พฤติกรรมการดื่ม จนเกินไปนั้นอาจจะทำลายอาชีพคุณด้วยนะ!! เราทุกคนมักจะรู้ลิมิตของเราว่าดื่มได้แค่ไหน แต่ก็เหมือนเราจะมองข้ามลิมิต(คออ่อน)ของเราอยู่เสมอจนสุดท้านก็กลายมาเมาหัวทิ่มซะอย่างนั้น ซึ่งบางที่อาจจะแย่ถึงพลาดตกเวที!!  : ซึ่งทำเอาปาร์ตี้หมดสนุกเลยหละ(นอกจากงานกร่อยแล้วขาอาจหักอีกตั้งหาก) เราก็เข้าใจสำหรับบางคนที่คิดว่า การที่เราเมานั้นถือเป็นเรื่องสำคัญในการละลายพฤติกรรมของเรา กลายเป็นคนสนุกตลก และเป็นการขจัดความเขินออกไปได้ง่ายดาย แต่คนดูจะเข้าใจอย่างนั้นรึเปล่าล่ะ?!? เพราะเคสส่วนใหญ่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย ยิ่งถ้าเราเกินลิมิตจนคุมไม่อยู่ด้วยแล้ว ผลรับอาจส่งผล ถึงอาชีพการงานและอนาคตของคุณเลยนะ

 

Cr--to Djtechtools.com

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive