The Life Cycle of a Career DJ ตีแผ่..วงจรชีวิต 25ปีอาชีพดีเจ!!

July 21, 2015

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

ในขณะที่อุตสหกรรม ดนตรีประเภท Dance Music นั้นปกคลุมไปทั่วโลก วงจรชีวิตของผู้คน..ถูกหมุนไปตามกระแสความดังของ EDM ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ..จากงานแสดงทั้งใหญ่น้อยจนกระทั่งกลายเป็น "วัฒนธรรมแห่งเฟสติเวล" ไปแล้ว.. และสำหรับการแสดงดีเจ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในฐานะการเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ผู้ควบคุม "บีท" และร้อยเรียงต่อกัน เพื่อให้การเต้นของคนฟังรื่นไหลและมันส์จนยากจะหยุดนั้น... หน้าที่ดีเจนี้เริ่มมาตั้งแต่ยุค 70s ไล่มาจนถึงปัจจุบัน!! อาชีพนี้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองและยังถือเป็นหนึ่งในกระแสวัฒนธรรมในเชิงครีเอทีฟอีกด้วย..มันไม่ใช่แค่อะไรที่กิ๊กก๊อกอีกต่อไปแล้ว!!..ในบทความนี้เราลองมาสมมุติดูกันว่า ถ้าคุณเลือกจะเป็นดีเจอาชีพ ตั้งแต่วันแรกเริ่มจนถึงจุดอิ่มตัวในปีที่ 25นั้นจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง?..และใครที่เป็นดีเจอยู่แล้วนั้น มาดูกันว่าคุณจะรักษาอาชีพให้ยั่งยืนได้อย่างไร!!

 

 

 

 

 

ปีแรก : ปีแห่งการก่อตัว..ศึกษาและเรียนรู้

รูป : ดีเจดูโอ้ Christian Srigley และ Leighton James วง Adventure Club

 

จุดเริ่มต้นของวัฐจักรดีเจนี้..ในช่วงเข้าสู่วงการใหม่ๆ บางทีเราอาจจะยังไม่ได้มองมันในฐานะที่จะเอามาเป็นอาชีพอะไร..แต่ใครจะรู้ บางที่คุณอาจจะมีพัฒนาการที่เร็วมาก ถ้าคุณจับทางได้ถูก!!.. ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่าง ดีเจ Duo จาก Montreal แคนนาดา ที่ชื่อว่า Adventure Club แม้ว่าพวกเขาเข้าสู่วงการนี้ได้ไม่เพียงกี่ปี..แต่ทั้ง Christian Srigley และ Leighton James กลับดึงดูดผู้คนได้อย่างรวดเร็ว..พวกเขาแจ้งเกิดกับการ Remix เพลง Crave You ของ Flight Facilities ซึ่งผลตอบรับดีอย่างเหลือเชื่อ.. แม้จะดังในชั่วข้ามคืน แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ ทั้งสองซุ่มเก็บตัวเรียนดีเจกันมานานพอสมควรเลย “เราไม่มีทางมองแค่เฉพาะแง่บวกของตัวเอง..เราใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเรียนรู้ระหว่าง เทคนิคทำเพลงใหม่ๆ และ รูปแบบในการปรับเปลี่ยนเพลงไปตามสถานการณ์ เรามองไปข้างหน้าตลอด..จับกระแสดนตรี..จับกระแสเทรนด์ใหม่ๆ..ซึ่งตอนนี้กลายเป็นงานประจำไปซะแล้ว!!” Leighton James กล่าว “ก่อนหน้าที่พวกเราจะโดดมาเล่นดีเจเป็นครั้งแรก เราดูวิดีโอและบทสัมภาษณ์ของดีเจดังๆ เป็นตันๆเลยทีเดียว..พวกเราต้องเรียนรู้และยังศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอด” Christian Srigley กล่าวเสริม

 

 

 

 

 

ปีที่ห้า : ถ้าเอาจริงแล้ว ก็ต้องพยายามฝ่าฟันไปให้ได้

รูป : Sandro Silva ดีเจจากเกาะอังกฤษ

 

เราขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าคุณผ่านมันมาได้ถึง 5ปีแล้ว!!..ซึ่งตอนนี้คุณอาจจะเหนื่อยล้ากับมันบ้างอยู่พอสมควร แต่ลองมาดูหนุ่มคนนี้ Sandro Silva ดีเจจาก Amsterdam ประเทศอังกฤษ..เขาเคยพูดว่า “คำว่ายอมแพ้ ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของผม” …หรืออย่าง ดีเจ/โปรดิวเซอร์ Gareth Emery ที่เมื่อไม่กีปีก่อนได้พุ่งทะยานจากดีเจบ้านๆ สู่ค่ายของ Armanda and Revealed.. แต่ใครจะรู้ว่าก่อนหน้านั้นในปี 2006 เขาถึงขนาดเกือบหอบข้าวของกลับบ้านไปแล้ว เพราะในตลอดสามเดือนของอาชีพดีเจ เขามีงานประจำแค่วันเดียวต่ออาทิตย์เท่านั้น..แถมไม่มีค่ายสตูดิโอไหนๆมาสนใจเสียด้วยซ้ำ... เขาจึงผิดหวังเอามากๆ แต่ในขณะที่กำลังจะตัดสินใจโยนผ้าขาว ขอยอมแพ้ต่อวงการนี้อยู่นั้น ..ปรากฏว่าเขากลับตัดสินใจที่จะมาสู้ให้เต็มที่อีกครั้ง หลังจากได้คำเตือนสติจากพ่อของเขาเอง “ลูกจะเลิกก็ได้นะถ้าลูกต้องการ..แต่พ่อเสียดายตรงที่ ลูกยังไม่ได้โชว์ส่ิงที่ดีที่สุดของลูกให้พวกเขาเห็นเลย”  จากนั้นมา ตลอดหกเดือนเข้าจริงจังให้กับชีวิตตัวเอง..โดยเขาเริ่มทำ Podcast (ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ตอนนี้ปาไปกว่า 300ตอนเข้าไปแล้ว) จากนั้นเมื่อสิ้นปี 2006 Gareth Emery ก็ได้งานมากขึ้น..จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะดังเปรี้ยงปร้างได้ในช่วงปีแรกๆ สำหรับอีกหลายๆคนยังต้องล้มลุกคลุกคลานกันไป 

 

ยังมีอีกตัวอย่างคือดีเจของ BBC Dany Howard ซึ่งนายคนนี้เริ่มเล่นดีเจมานานถึง 6ปี..ซึ่งเขาพยายามเรียนรู้จากเรื่องราวที่ผิดพลาดของตัวเอง.. จนในที่สุดได้ค้นพบว่าลำพังดีเจอย่างเดียวอาจจะไม่พอสำหรับสมัยนี้ ตัวเขาเองจึงต้องเพิ่มทักษะในด้านโปรดิวซ์ด้วย มันกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องสร้างผลงานของเราเอง!!... ซึ่งเรื่องนี้เอง Laidback Luke ดีเจโปรดิวเซอร์ดัทช์-ฟิลิปปิน ก็เคยกล่าวเอาไว้เหมือนกัน “ผมเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยหัวใจ.. ผมเริ่มด้านโปรดักชั่นก่อนจะมาเป็นดีเจเสียอีก และผมก็ยังรักศิลปะของการทำเพลง..แม้ว่าเจนเนอเรชั่นก่อนหน้าผมนั้น ถึงเราจะเป็นแค่ดีเจก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว.. แต่ผมนั้นรักที่จะผสมทั้งสองสิ่งไว้ด้วยกัน โดยเราจะสามารถสร้างชื่อได้เร็วขึ้นในสเกลที่ใหญ่ระดับโลกได้นั้นเอง”

 

 

 

 

 

 

ปีที่สิบ : จงโตขึ้นซะ และลองยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง

รูป : ดีเจ/โปรดิวเซอร์ลูกครึ่งดัทช์-ฟิลิปปินส์ Laidback Luke

 

สำหรับสิบปีแรกของการทำงานอย่างหนัก และได้รับผลตอบแทนมาอย่างคุ้มค่าแล้ว หลายๆสิ่งในช่วงปีที่สิบนั้นไม่เพียงแต่ต้องโตขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงด้วยแล้ว มันยังคงต้องก้าวขึ้นไปอีกสำหรับสิ่งที่คุณหวังไว้ในอาชีพดีเจนี้  เฮียดีเจ/โปรดิวเซอร์ Laidback Lukeที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับช่วงหนึ่งทศวรรษของอาชีพนี้.. เขาเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองในปีที่10 ของการเป็นดีเจ!! “ย้อนกลับไปในปี 1999..ผมเป็นที่รู้จักในแนว ดีเจTechno และในปีนั้นเองผมเดินทางมาถึงทางตันเข้าอย่างจัง!!..ผมเกิดและโตในครอบครัวนักดนตรี เคยเล่นทั้งกีตาร์และเปียโน และผมยังเขียนเนื้อเองด้วยตั้งแต่เด็กๆเลย..แต่ Techno กลับทำให้ดนตรีของผมชะงัก ตอนนั้นเหมือนกับผมยืนอยู่บนทางแยก ที่ผมต้องเลือกทางเดิน ระหว่างจะไปต่อในแนว Technoที่เคยสร้างชื่อให้ผม!! หรือลองมาสร้างเพลงใหม่ๆที่ใส่ความเป็นตัวเองจริงๆลงไป!!.. และผมเลือกอย่างที่สอง เลือกที่จะเปลี่ยนแปลง ผมได้ Daft Punk มาเป็นแรงบรรดาลใจในการทำแนว Electro-Pop..จากนั้นผมก็ไปต่อที่ Electro..ไปแนวDutch..ไปแนวBig Room(House)..และมาสู่สาย EDM  โดยที่เปลี่ยนนี่ไม่ใช่เพราะไส้แห้งหรือต้องการแต่เงินหรอกนะครับ..ผมชอบแนวดนตรีนี้ ดนตรีที่เราร้อง และเต้นไปกับมัน..และนั้นคือสิ่งที่ผมรัก!!”

 

อย่างเฮีย Podcast ดีเจ Gareth Emery ที่เราพูดถึงก่อนหน้าเองนั้น เขาก็เลือกที่จะปรับเปลี่ยนเส้นทางตัวเองและไม่ติดอยู่กับที่..เขาเดินทางออกจากอังกฤษไปผจญเส้นทางใหม่ที่ LA อเมริกา ซึ่งถ้าเราจะไปจุดนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักเองระหว่างอาชีพและชีวิตส่วนตัว แน่ล่ะการตามความฝันนั้นบ้างที่เราอาจต้องจากครอบครัวและเพื่อนฝูงในประเทศบ้านเกิด..เราอาจจะพลาดงานแต่งงานของเพื่อนเก่า..การเลี้ยงฉลองปีใหม่กับครอบครัว ซึ่งจุดนี้เองก็คงต้องมีการเสียสละกันบ้าง

 

 

 

 

 

 

ปีที่สิบห้า : ถึงเวลาลงหลักปักฐาน และลองสำรวจมุมมองใหม่ๆ

รูป : ดีเจ/โปรดิวเซอร์ Gareth Emery ผู้มีผลงาน Podcast ถึง 300 episode ด้วยกัน

 

ปีที่สิบห้า : ถึงเวลาลงหลักปักฐาน และลองสำรวจมุมมองใหม่ๆ

15ปีแล้ว สำหรับการเดินทางในธุรกิจดนตรี ซึ่งบางคนอาจเข้าใจว่าตัวเองถึงขั้น “ติดคุก” กับสิ่งที่เราทำอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่สำหรับทุกคน ในปีที่สิบห้านี้เป็นตัวแทนของความเป็น “ดีเจรุ่นเก๋า”!! สำหรับ Gareth Emery เจ้าเก่านั้นได้แชร์ประสบการณ์สำหรับอนาคตตัวเองว่า “ผมจะให้สัญญาไว้กับตัวเองว่า..จะเขียนเพลงและแต่งเพลงไปตลอด..แม้ว่าปีนั้นผมจะไม่มีงานออกเดินสายก็ตาม และถ้าผมหยุดเดินสายออกงานจริงๆละก็ มันอาจจะดีเลยก็ได้ที่จะมีเวลาหามุมใหม่ๆให้ลองทำในเรื่องที่เราไม่เคยได้มีเวลาทำมัน!!.. ผมจะไม่หยุดเดิน อาชีพดีเจนั้น ผมยังเป็นโปรดิวเซอร์ที่มีพื้นฐานด้านดนตรี Classical อีกด้วย!!” 

 

ถ้าลองมองดูความเป็นจริง..เป้าหมายต่างๆที่ดีเจหลายๆคนตั้งเอาไว้..อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้เมื่อคุณเดินทางผ่านมาแล้วถึง15ปี!! สำหรับ Gareth Emery ยังกล่าวว่า “ผมไม่ต้องการที่จะโดดขึ้นๆลงๆอยู่บนเวที และเปิดเพลงให้เด็กอายุสิบเก้าฟังในขณะที่ผมอายุ สี่สิบกลางๆหรอก!! สำหรับการเดินสายเล่นดีเจนั้น มันเป็นเรื่องที่เหนื่อยมากๆเหมือนกัน..ซึ่งถ้ามองอีกมุมแล้วแล้วอาชีพอื่นๆอาจจะดีกว่า ถ้าเราได้นอนเต็มที่ 8ชั่วโมงในตอนกลางคืนและตื่นนอนในตอนเช้า.. สำหรับถ้าใครจะเดินเส้นทางสายนี้ต่อแม้ว่าคุณจะได้ผลตอบแทนที่ยังดีอยู่แต่คุณก็ต้องหาหนทางให้คุณเดินต่อไปได้.. ผมรู้มาว่าทุกๆศิลปินดังเขาจำเป็นต้องมีทีมใหญ่ๆเพื่อรับมือกับทุกโชว์ หรือเครือข่ายที่จะซัพพอร์ทและการบริหารจัดการในเรื่องสำคัญๆของศิลปินพวกนั้น”

 

 

 

 

 

 

 

ปีที่ยี่สิบขึ้นไป : รักษาระดับของความเป็นรุ่นใหญ่เอาไว้ให้ดี

รูป : Charles Feelgood  นักแสดง และ ดีเจมืออาชีพ

 

ยากนักที่จะมีดีเจ เดินทางมาถึงจุดนี้..แต่ก็มีพวกที่ผ่านมาในจุดปี15!! พวกเขายังพอทรงๆตัวเองได้  แต่ถ้าใครที่ลากตัวเองมาถึงปีที่ 20 พวกเขาต้องแข็งมากๆ!! เพราะต้องเผชิญกันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลายครั้งในอุตสหกรรมดนตรีนี้!! สำหรับ Laidback Luke คือหนึ่งคนที่ใกล้จะครบ 20ปีในการเป็นดีเจแล้ว เขากล่าวไว้ว่า “ผมไม่เคยคิดอยากกลับไปเป็นพนักงานออฟฟิศเลย..และผมก็ไม่เคยท้อถอยในเรื่องดนตรีด้วยเช่นกัน..สิ่งนี่คือส่ิงที่ผมเรียกร้องและผมยังหลงใหลมันอยู่เสมอ  ภรรยาคนปัจจุบันของผม Gina Turner เธอก็เป็นดีเจเช่นกัน เธอไม่ว่าอะไรกับสิ่งที่ผมทำอยู่นี้ และเราก็มีลูกน้อยด้วยกัน ตอนนี้ผมก็เป็น Family Man คนหนึ่งเลยล่ะ”

 

สำหรับ Charles Feelgood ก็เป็นอีกคนที่เดินทางสายดีเจอาชีพมานานมากๆ ถึง 26ปีทีเดียว “สำหรับผมมันเป็นเหมือนสงครามที่ไม่มีวันจบ..แต่ไม่ใช่กับครอบครัวและการดำเนินชีวิตของคุณซึ่งเราต้องพยายามควบคุมในเรื่องแย่ๆและยังไงก็ตามครอบครัวต้องมาก่อนเสมอ!!..ตอนนี้ผมยังทำงานเป็นโค๊ชให้กับทีมเบสบอลเด็กด้วยครับ และมันกลายมาเป็นเรื่องใหม่ที่ดึงดูดผมเป็นอย่างมาก ส่วนสำหรับดีเจนั้นผมยังคงเล่นอยู่ แต่ลดจำนวนโชว์ลงไปเยอะเลย..จริงๆยังถือว่าเป็นความโชคดีของผมก็ได้นะครับ   ที่ผมยังมีโชว์ให้ได้เล่นอยู่บางในแต่ละเดือน..ซึ่งมันก็ตลกตรงที่ว่า..อะไรบางอย่างมันเหมือนกับตอนเริ่มเล่นดีเจใหม่ๆเลย...เชื่อไหมว่า ตอนนี้ผมกลับไปเล่นดีเจในคลับที่ขายตั๋วแลกเบียร์เหมือนกับตอนหนุ่มๆเป๊ะ!!” Charles Feelgood กล่าวพร้อมหัวเราะ

 

 

 

ข้อมูลจาก Djtechtools.com เรียบเรียงโดย Choco Beat

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive