8 ศิลปินEDM ที่เคยใช้ ‘ฉายาอื่น’ ก่อนเปลี่ยนชื่อใหม่จนดัง!!

March 23, 2016

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

กระบวนการคิด ‘ฉายา’ หรือ ‘สเตจเนม’ นั้น..ถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ ในกระบวนการแจ้งเกิดของศิลปิน เพราะนอกจากจะทำให้ คนฟังจดจำเกี่ยวกับเราแล้ว..มันยังส่งผลในเรื่องของการตลาดอีกด้วย..แต่ก็ใช่ว่าทุกศิลปิน จะประสบความสำเร็จในชื่อแรกเลย!! เชื่อมั้ยว่า? ขนาดดีเจ/โปรดิวเซอร์ดังๆ อย่าง Skrillex..Diplo และ Madeon ก็เคย ‘เลือกใช้’ นามแฝงอื่นๆมาก่อน!! ส่วนจะมีใครอีก..และแต่ละคนเคยใช้ชื่ออะไรกันมาบ้างนั้น..ลองไปดูกันครับ!!

 

 

 

1. Twipz (เปลี่ยนมาเป็น Skrillex)  (Photo From Last.fm)

เราอาจจะเคยได้ยิน 'Skillex' เคยใช้นามแฝงสำหรับ ดูโอ้โปรเจค อย่าง ‘Dog Blood’ ที่จับคู่ระหว่างเขา กับ ‘Boys Noize’ ในปี 2012 มาแล้ว..และไหนจะโปรเจคล่าสุดอย่าง ‘Jack Ü’ ที่เขากับ 'Diplo' ก็พากันไปไกลถึงรางวัล Grammy Award อีกด้วย!! แต่ใครจะรู้บ้างว่าครั้งแรกหนุ่ม ‘Sonny John Moore’ คนนี้เคยเลือกใช้นามแฝงอย่าง ‘Twipz’ มาก่อน!! ถึงมันเป็นเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น แต่เขาก็ใช้นาม ‘Twipz’ นี้โปรดิวซ์เพลงอยู่ 6-7เพลง และเป็นการทดลอง หรือชิมลางสำหรับ โลกแห่งดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อปี 2008

 

เพราะ 'Skrillex' เคยให้สัมภาษณ์ กับนิตยสารดัง 'Rolling Stone' ว่า เขาเคยแอบไปดูโชว์ของวงดูโอ้ระดับตำนาน อย่าง 'Daft Punk' (ในปี 2007) ซึ่งมันเป็นครั้งแรก ที่จุดประกาย ให้เข้าตัดสินใจทำเพลงอิเล็กทรอนิกส์!! และต่อมายังมีต้นแบบเป็นศิลปินดังๆอย่าง 'Aphex Twin' และ 'Noisia' อีกด้วย!!  

 

(ส่วนชื่อที่ใช้แจ้งเกิดอย่าง ‘Skrillex’ นั้น แท้จริงมีต้นกำเนิดมาจาก ชื่อ ยูสเซอร์ในอีเมลล์ ของค่าย AOL ที่เจ้าตัวใช้อยู่นั่นเอง แถมที่ตั้งชื่อนี้เพราะเป็น ฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้อีกต่างหาก!!..สมัยเด็กๆเขามักถูกเรียกว่า ‘Skrillex’.. ‘Skril’ ..หรือ ’Skrilly’ !!!)

 

 

 

2. Diplodocus (เปลี่ยนมาเป็น Diplo)  (Photo From Tutupash.com)

เราต่างรู้กันดีว่า 'Diplo' ก็เป็นหนึ่งในดูโอ้โปรเจค ‘Jack Ü’ เช่นกัน แถมตัวเขาและกลุ่ม 'Major Lazer' ก็เคยพากันดังระเบิดมาแล้ว!! แต่คุณรู้หรือไม่ว่า.. ก่อนเขาจะตัดคำให้ออกมา เท่ๆสั้นๆแบบ ‘Diplo’ นั้น 'Thomas Pentz' คนนี้เคยใช้ชื่อเต็มๆอย่าง ‘Diplodocus’ มาก่อน.. โดยชื่อนี้มีที่มาที่ไป จากการที่วัยเด็ก เฮีย หลงใหลใน ‘ไดโนเสาร์’ อย่างหนัก..ถึงขนาดหลักฐานเป็นรอยสักไดโนเสาร์ คอยาวพันธุ์  ‘Diplodocus dinosaur’ ที่ท่อนแขน และยังแอบย้ำธีมไดโนเสาร์ อยู่บ่อยๆในกราฟฟิกของอัลบั้ม และแฝงในมิวสิกวิดีโออีกด้วย!! และสำหรับค่าย 'Money Studies' คือค่ายแรกที่เปิดโอกาส ให้เขาฉายเดี่ยว ภายใต้ชื่อดีเจ ‘Diplodocus’!!

 

 

 

 

3. Anscenic & Speed (เปลี่ยนมาเป็น Knife Party)  (Photo From Rudeboimonster.tumblr.com)

เชื่อมั้ยว่า? ปัจจุบันนี้ยังมีอีกหลายคน ที่ไม่รู้ว่า ตัวจริงของ 'Knife Party' คือสองแกนนำ จากวง 'Pendulum' ที่แตกตัวออกมาทำกันเอง!! โดย 'Rob Swire' และ 'Gareth McGrillen' ฟอร์มวง 'Knife Party' เมื่อปี 2011 หลังจากการสลายตัวของ ตำนานแห่งอิเล็กทรอนิกส์ อย่างวง 'Pendulum'!! แถมถ้าขุดคุ้ยไปอีกหน่อย จะพบกับข้อเท็จจริงที่ว่า ก่อนหน้านี้ 'Rob Swire' เคยพยายามจะสร้างตัวตนใหม่ ในชื่อ ‘Anscenic’  และ 'Gareth' ใช้นามแฝงว่า 'Speed'!! (แต่ดูจากโปรดักชั่นแล้ว น่าจะเป็นผลงานก่อนจะเกิด 'Pendulum' เสียอีก)

 

 

 

4. Ekowraith (เปลี่ยนมาเป็น Porter Robinson)  (Photo From Vegasgoodbuys.com)

นอกจากจะช็อกใครหลายคน ด้วยการเคยใช้ชื่ออย่าง ‘Ekowraith’ นี่แล้ว..ที่น่าช็อกไม่แพ้กัน ก็เห็นจะเป็นสไตล์เพลงเนี่ยแหล่ะ..เพราะฟังงานในสมัยที่ 'Porter Robinson' ใช้ชื่อเก่านั้น มันเหมือนเขาได้แรงบรรดาลใจมาจากเกมส์เก่าๆ แบบพวก 'Dance Dance Revolution'..แถมยังมีกลิ่นของเพลง 'Pop Dance' ฟุ้งอยู่เต็มที่เลยทีเดียว!!

 

 

 

5. DJ Deamon/ Wayne Mont (เปลี่ยนมาเป็น Madeon)  (Photo From Rollingtuff.com)

สำหรับศิลปินอีดีเอ็มหน้าใสนาม 'Hugo Pierre Leclercq' หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ 'Madeon' คนนี้ เคยใช้ชื่อว่า ‘Deamon’ มาก่อน!! และถ้าลองสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าระหว่างชื่อเก่าและชื่อใหม่นั้น เป็นการตั้งขึ้นแบบสลับตัวอักษรที่เราเรียกว่า ‘Anagram’ นั่นเอง.. โดยสลับจาก 'Deamon' เปลี่ยนเป็น 'Madeon' และที่น้อยคนจะรู้ว่า หนุ่ม 'Madeon' นั้น..ยังเคยมีชื่อที่สามอย่าง 'Wayne Mont' อีกด้วย!!

 

โดยระหว่างที่เขาใช้ชื่อ ‘Wayne Mont’ ยังเคยร่วมมือกับ ‘Ekowraith’ (หรือ Porter Robinson) มาก่อน..มันจึงกลายเป็นเรื่องตลกที่ว่า.. ‘คู่จิ้น’ อย่าง 'Madeon' กับ 'Porter Robinson' ที่หลายคน เคยฝันไว้ว่าเขาทั้งสองจะได้ร่วมมือทำเพลงกันสักวัน..กลับเคยเกิดขึ้นมาแล้ว!!!! แต่เกิดในตอนที่ ทั้งสองยังใช้ชื่อ(โนเนม) กันอยู่จ้า!!

 

 

 

6. Da Joker (เปลี่ยนมาเป็น Tiësto)  (Photo From Tiestoclublife.wordpress.com)

ย้อนไปไกลกว่า 20ปีก่อน ดีเจอันดับต้นๆของโลกนาม 'Tiësto' (Tijs Michiel Verwest) นั้นเคยใช้ชื่ออย่าง ‘Da Joker’ มาก่อน.. แถมยังเลือกใช้ แนวเพลงอิเล็กทรอนิกส์คลาสสิก อย่าง 'Gabber Techno' และ 'Hardcore Techno' มาโปรดิวซ์และใช้เล่นดีเจด้วย!! ซึ่งตอนนั้น เฮียยังอยู่ในค่ายเล็กๆอย่าง  'Noculan Records' ที่เป็นค่ายลูกของ 'Chemo' และ 'Coolman' อีกที่..จนถูก แมวมองจากค่าย 'Rotterdam' จีบมาอีกที..ถึงเริ่มแจ้งเกิด และจากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้นาม 'Tiësto' และหันมาทำเพลงแนว 'Trance' จนกลายมาเป็นตำนาน อย่างในปัจจุบัน!!

 

 

 

7. Darlin’ (เปลี่ยนมาเป็น Daft Punk)  (Photo From Imgur.com)

ก่อนจะมาเป็นดูโอ้หุ่นยนต์ ผู้เขย่าโลกของวงการอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์นั้น..สองหนุ่ม 'Daft Punk' เคยเป็นวงร็อค แบบ Trio (สามหนุ่ม) มาก่อน โดยนอกจาก 'Thomas Bangalter' และ 'Guy-Manuel de Homem-Christo' แล้ว..ยังมี 'Laurent Brancowitz' ที่เข้ามาแจมที่หลังด้วย!! แต่เนื่องจากวงที่เหมือนจะไปได้ดีของพวกเขา กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน!! แถมโดนคอมเม้นท์หนักๆ จากสื่อชื่อดังอย่าง 'Melody Maker' อีกว่าเพลงของพวกเขาเป็นเหมือน "เพลงพังก์เถื่อนๆ" (A daft punk thrash) ซึ่งตอนนั้นเองทั้ง 'Thomas' และ 'Guy-Manuel' ต่างคิดว่า..คำเสียดสีอย่าง ‘Daft Punk’ เนี่ยแหล่ะ จะเป็นชื่อใหม่ของพวกเขา(แทน Darlin’) และเปลี่ยนสไตล์เป็นนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Musician) ปล่อยให้ 'Laurent Brancowitz' สานต่อความฝันของชาวร็อค กับวงใหม่อย่าง 'Phoenix' แทน!! (จริงๆถ้ามีหุ่นยนต์สามตัวคงเท่ พิลึก)

 

 

 

 

8. Testpilot/ Halcyon441 (ร่างแยกของ Deadmau5) (Photo From Flippenmusic.com)

คนสุดท้ายนี้อาจจะผิดคอนเซปต์ไปซะหน่อย เพราะ 'Joel Thomas Zimmerman' ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ก่อนจะเป็น 'Deadmau5' จนโด่งดัง..แต่มันเป็นการแบ่งร่างด้วย 'ฉายาอื่น' เพื่อลองอะไรใหม่ๆ อย่าง ’TestPilot’ นี้เฮียแกยอมรับว่า เกิดจากการที่อยากทำเพลงแนว ‘Techno’ กับเขาบ้าง!!  สำหรับเขาแล้ว แนวอื่นๆของอีดีเอ็มนั้นมันแทบจะไม่ต่างกัน..แต่ Techno เนี่ยแหล่ะที่ไม่เหมือนใคร!! ส่วน ‘Halcyon441’ เป็นการนำเพลงของตัวเองในช่วงปี 1998-2002 มารีมิกซ์ใหม่ครับ  

 

(ที่มาของชื่อ 'Deadmau5' มาจากตอนที่ 'Joel Thomas Zimmerman' แชทคอมพิวเตอร์คุยกันกับเพื่อน แล้วอยู่ๆคอมก็ช๊อตขึ้นมาอย่างหนัก แถมตามมาด้วยกลิ่นเนื้อไหม้!!! ซึ่งพอเขาแกะคอมพิวเตอร์ออกมาดู ก็พบศพหนูตายอยู่ในนั้น!! และเหตุการณ์นี้เอง ทำให้เฮียแกถูกเพื่อนๆล้อว่า ‘Dead Mouse Guy’ นั่นเอง!!)

 

 

นอกจาก ศิลปิน EDM ทั้ง8 ที่กล่าวมาแล้ว..ยังมีบ้างคนถูกเปลี่ยนชื่อ เพราะดันไปคล้องจองกับเหตุการณ์ร้ายแรงของโลก อย่างดีเจ 'Arab Attack' ที่ต้องถูกให้เปลี่ยนหลังเหตุการณ์ ที่เครื่องบินของผู้ก่อการร้ายชาวอาหลับ บินชนตึกแฝด 'World Trade Center' ของอเมริกาที่เราเรียกว่า 9/11 นั่นเอง..และไม่นานมานี้ดีเจ 'Kill Paris' ก็เปลี่ยนมาเป็น 'Chill Harris' แทน..หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ฝรั่งเศสเช่นกัน!! 

 

จะเห็นได้ว่าการตั้งชื่อนั้นมีผลอย่างมาก..เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ 'สร้างชื่อ' ให้คนจดจำ!!..แถมตั้งไว้ไม่ดีก็ต้องมาเปลี่ยนทีหลังอีก!!..ส่วนใครที่สามารถสร้างชื่อ 'จนติดตลาด' แล้วนั้น..มันจะถูกผูกติดกับสไตล์และแนวเพลงของพวกเขาไปโดยอัตโนมัติ.. จึงทำให้ดีเจ/โปรดิวเซอร์หลายคน จำเป็นต้องมีนามแฝงอื่นๆมาใช้ในการลองทำ อะไรที่แตกต่างเช่นกัน!! (อย่างเวลามีศิลปินใหม่ๆ ที่ปิดบังหน้าตา ตัวเองแบบ 'Marshmello' หรือ 'Slushii' เลยมักจะมีคนคาดเดา กันต่างๆนานา ว่าเป็นการปลอมตัวของศิลปินคนนู้นคนนี้)

 

ส่วนที่น่าแปลกใจอีกอย่าง สำหรับ 'ชื่อแจ้งเกิด'  ของศิลปินอีดีเอ็มดังๆหลายคน พวกเขากลับเลือกใช้จากส่ิงที่เคยเป็น 'ปมชีวิต'!! อย่างเช่น ฉายาที่เพื่อนๆ 'ล้อ' ในวัยเด็กแบบ 'Skrilly' หรือ 'Dead Mouse Guy' และกระทั่งคอมเม้นท์แรงๆอย่าง 'Daft Punk Trash' นั่นเอง!! ..(จนแอดมินแอบคิดว่า อาจจะเป็นเทคนิค 'ดึงปมในใจ' แล้วแปรเปลี่ยนเป็น 'ชื่ออันทรงพลัง' อย่าง 'Batman' ก็เป็นได้!!) 

 

 

-- ข้อมูลจาก EDM.com, Musictimes.com,Nme.com และ Lessthan3.com เรียบเรียงโดย Choco Beat --

 

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive