10 สุดยอดศิลปิน อิเล็กทรอนิกส์มิวสิค..ในสไตล์ Electro-Swing!!

March 29, 2016

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

‘Back To The Future’ อาจจะเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุด..สำหรับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์แนวนี้!!เพราะมันเป็นการฟิวชั่นกัน ระหว่างเพลงเต้นรำย้อนยุคอย่าง ‘Swing’ กับดนตรีสุดล้ำทั้ง ‘House/ EDM' และโมเดิร์น ‘Hip-Hop’..ซึ่งส่วนที่สำคัญของ Electro-Swing คือความสามารถ ในการ ‘ละลายช่องว่าง’ ระหว่างศิลปินดีเจและนักดนตรีคลาสสิค..ให้ได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อีกด้วย!! ส่วนรูปแบบของการนำเสนอนั้น ก็ยังแตกต่างไปตามสไตล์ของศิลปินนั้นๆครับ!!..ดนตรีแนวนี้จะเจ๋งขนาดไหน ลองไปดูกันเลย

(Photo From Residentadvisor.net) 

 

 

 

1. Swingrowers  (Photo From Sweet-headache.net)

วงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์วงนี้ ก่อตั้งโดยสามนักดนตรีจากอิตาลี ประกอบด้วย Roberto Costa.. Loredana Grimaudo และ Alessio Costagliola โดยทั้งสามเริ่มต้นจากการเดินสายเล่นตามคลับทั่วยุโรป.. แถมเน้นเฉพาะคลับที่รองรับแนว 'Electro-Swing' ทั้งในลอนดอลและมิลาน(หลายประเทศในยุโรป จะนิยมแนวนี้มาก)..และต่อมาวง 'Swingrowers' สามารถคว้ารางวัล สำหรับการประกวด ‘Electro-Swing People Favourite’ และรางวัล ‘Best Hope Award’ ได้ในปี 2012.. จนแมวมองจากค่ายใหญ่อย่าง ‘Freshly Squeezed Music’ ดึงพวกเขามาอยู่ในสังกัด และร่วมโปรโมทให้ 'Swingrowers' มีชื่อเสียงมากขึ้นในวงกว้าง..เปิดโอกาสร่วมให้พวกเขาได้ร่วม Featuring กับศิลปินดีเจ และนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ดังๆมากมายทั้ง DJ Pony Montan..The Gypsy Hill.. The Lost Fingers และ Caro Emerald!! แถมล่าสุด วงดนตรีน้องใหม่วงนี้ ยังได้ทัวร์กับศิลปิน 'Electro-Swing' รุ่นพี่อย่าง 'Caravan Palace'..'Parov Stelar' และ 'Chinese Man' อีกด้วย!! 

 

 

 

 

 

 

2. Caravan Palace  (Photo From Chikmontecarlo.com)

ลองมาดูวงจากฝั่งปารีสกันบ้าง สำหรับวง 'Electro Swing' ที่ถือว่าเจิดจรัสที่สุดอย่า 'Caravan Palace' วงนี้ก็มาจากกลุ่มเพื่อนนักดนตรีสามคน สามอุปกรณ์ดนตรีเช่นกัน!! พวกเขาเริ่มฟอร์มในชื่อวง ‘Loïc Barrouk’ก่อน ต่อมามีสมาชิกเข้ามาเพิ่ม และพวกเขาจึงตัดสินใจ ใส่ความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น โดยได้รับแรงบรรดาลใจในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ดังๆของฝรั่งเศส อย่าง 'Vitalic' และ 'Daft Punk' นั่นเอง!! หลังจากเดินสายเล่นดนตรีกันได้สักพัก วงได้มีโอกาสร่วมเล่นในงาน 'แจ๊สสวิง' ครั้งใหญ่อย่าง ‘Django Reinhardt Jazz Festival 2007’ และถูกทาบทามโดย ค่าย 'Wagram Music' จนได้ออกอัลบั้มในนาม 'Caravan Palace' แถมทำได้ดีจนติดอันดับในชาร์ตเพลงของประเทศต่างๆทั่วยุโรป ที่สำคัญมิวสิควิดีโอของพวกเขายังเป็น อนิเมชั่นเก๋ๆ อีกด้วยครับ..ลองไปดูกัน

 

 

 

 

 

 

3. Parov Stelar (Photo From Aeglive.co.uk)

ดีเจ/โปรดิวเซอร์ ชาวออสเตรีย นาม 'Marcus Füreder' หรือที่รู้จักในชื่อ 'Parov Stelar' (หนุ่มคนที่สาม จากซ้าย) นอกจากเป็นดีเจแล้ว เขายังเป็นนักดนตรีที่ฉลาดในการผสมผสานสไตล์ของตัวเอง ทั้ง Jazz.. House.. Electro และ Breakbeat แถมเขายังเชื่อกันว่า 'Parov Sterlar' คนนี้ ยังเป็นหนึ่งในผู้คิดค้น แนวดนตรี 'Electro Swing' อีกต่างหาก!!  โดยเขานั้น..เริ่มต้นจากการเป็นดีเจ ในยุค90s-ยุค 2000s และยังโปรดิวซ์งานให้ตัวเองและศิลปินอื่นๆ จนได้รับขนานนามจากสื่อของ 'BBC' ว่าเขาเป็น "โปรดิวเซอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุโรป"

 

จากนั้นมาในปี 2005 ตัว 'Parov Stelar'  เริ่มสร้างสรรค์งานเพิ่มฟอร์มในรูปแบบของวงดนตรีสด การเล่นเพอร์ฟอร์มสไตล์ดีเจ และนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ผสานกับนักดนตรีคลาสสิคคนอื่นๆใน 'รูปแบบวง' จนมาในปีล่าสุด Parov Stelar และวงของเขา สามารถคว้ารางวัล 'Amadeus Austrian Music Award' มาได้ ถึง 5รางวัลใหญ่ด้วยกัน!! และยังได้ร่วมงานกับศิลปินอย่าง Lana Del Rey..Bryan Ferry และ Lady Gaga แถมเจ้าตัวยังสามารถ..ทำยอดขายได้มากถึง 250,000 อัลบั้มเลยทีเดียว!!

 

 

 

 

 

 

4. Chinese Man  (Photo Via Musicali.over-blog.com : Thomas Dalmasso)

กลุ่มดีเจ และคนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ชื่อ ‘Chinese Man’ นี้..ไม่ได้เป็นการรวมตัวของ อาตี๋ อาหมวยแต่อย่างใด!!  แต่พวกเขาคือ แก๊งค์หนุ่มผิวขาวชาวฝรั่งเศสอย่าง ‘DJ Marseille Zé Mateo’ ... ‘Le Yan’ ... ‘High Ku’ ... Beatmaker ‘SLY’ และ Beatmakers ‘Leo le Bug’ วงนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากวงอื่นๆ โดยที่พวกเขาจะไม่ได้เน้น 'เครื่องดนตรีคลาสสิค' ในการแสดง.. แต่จะเป็นการเล่นในรูปแบบดีเจ บวกกับอิเล็กทรอนิกส์มิวสิคเชี่ยน ในสไตล์ของ 'Turntablist' และ 'Controllerist' แถมยังโดดเด่นในเรื่องของการผสานดนตรี ที่แตกต่างอย่าง ‘Funk’ ‘Hip-Hop’ ‘Reggae’ และ ‘Jazz’ ได้อย่างลงตัว!!

 

 

 

 

 

 

5. Swing Republic  (Photo From Programata.bg)

มาดูฝั่งเดนมาร์กกันบ้างครับ กับ 'Swing Republic' คู่ดูโอ้ที่ประกอบด้วย Per Edrup และสาว Karina Kappel โดยฝ่าย Per นั้น..นอกจากจะเป็นนักดนตรีแล้วเขายังโปรดิวเซอร์อีกด้วย..ในสไตล์เฉพาะที่เรียกว่า ‘Electro-Blues’ และในการรีมิกซ์แบบ 'Vintage' ที่ไปเข้ากันได้ดีระหว่างความ ‘ใหม่’ และความ ‘เก่า’!!.. หลังจากความสำเร็จในระดับอินเตอร์ ดูโอ้ 'Swing Republic' ได้ถูกทาบทามให้อยู่ภายใต้สังกัดของค่าย ‘Freshly Squeezed’ ..ที่เดียวกับวง ‘Swingrowers’ และศิลปินดีเจ ‘Kormac’ (Swing Republic ยังมีชื่อเสียงจากการนำเพลงดัง มาโคฟเวอร์ในจังหวะ Electro-Swing อีกด้วยครับ)

 

 

 

 

 

6. The Greatest : R.A. The Rugged Man VS Marcella Puppini  (Photo From 2dopeboyz.com)

ลองมาดูฝั่งอเมริกากันบ้างครับซึ่งจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างแตกต่างกับฝั่งยุโรป..เพราะนอกจากออริจินของ 'Electro-Swing' นั้นมากจาก 'EDM House' แล้วมันยังมาจาก 'Hip-Hop' เช่นกัน!! สำหรับ R.A. Thorburn หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'R.A the Rugged Man' นั้น..เขาคือแร็พเปอร์ระดับตำนานของอเมริกา..โดยเฮียโด่งดังมาพร้อมๆกับ 'Notorious B.I.G' และ 'Wu Tang Clan' เลยทีเดียว!!.. และในเพลงพิเศษอย่าง 'The Greatest' นี้ยังได้นักร้อง 'Marcella Puppini' ซึ่งเป็นหนึ่งในสามพี่น้องสามสาว 'The Puppini Sisters' อีกด้วย!! โดย 'Marcella' เป็นนักร้องนำที่ถนัดเพลงอันหลากหลายทั้ง Pop..Alternative Rock..Harmony..Jazz และ Swing!! เพราะฉะนั้น เมื่อผสมเข้ากับการแร็พของ 'R.A the Rugged Man' ในกลิ่นของ Electro-Swing แล้ว..จึงทำให้เพลงนี้ออกมาเท่สุดๆ!! (ตัวเพลง The Greatest โปรดิวซ์โดย Mr. Green และรีมิกซ์โดย Jamie Berry)

 

 

 

 

 

7. Deluxe (Photo From Bandofthedayapp.com)

วงนี้คือวง 'Electro-Swing' ที่เรียกได้ว่าครบเครื่องที่สุด เพราะสามารถเชื่อมต่อทั้ง Electro.. Hiphop และ Jazz เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวทีเดียว..แถมยังมีกลิ่น Funk สไตล์ฝรั่งเศสมาผสมอยู่ด้วย!! 'Deluxe' เริ่มจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนทั้งสาม..ที่ฟอร์มวงกันเล่นดนตรี Electro ผสม Jazz อยู่ข้างถนนใน 'Aix-en-Provence' ของฝรั่งเศส..ซึ่งผลงานของพวกเข้าดันไปเข้าตา รุ่นพี่อย่าง ‘Chinese Man’ และถูกทาบทามให้มาอยู่ในสังกัด 'Chinese Man Records'!! จากนั้น 'Deluxe' เพิ่มสมาชิกเป็น 5คนในปี 2007 จากนั้นก็เริ่มสะสมชื่อเสียงเรื่อยมา..จนในปี 2010 วงได้ นักร้องคนใหม่..ที่สามารถร้องแร็พได้ด้วย..จากนั้น 'Deluxe' เร่ิมปรับรูปแบบโดยการผสม Hip-Hop เข้าไปด้วย..และด้วยสไตล์ใหม่ ที่มีเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้วงกลายเป็นดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!!

 

 

 

 

 

 

8. Caro Emerald  (Photo From Vivamanchester.co.uk)

ถ้าพูดถึงดนตรีที่มีเอี่ยวกับแนว 'Edm' แล้ว..ไม่มีศิลปินชาวดัทช์(Netherlands) เลยคงแปลกน่าดู!! สำหรับสาวสวย 'Caroline Esmeralda van der Leeuw' หรือ 'Caro Emerald' เธอเป็นนักร้องที่ถูกเทรนมาในแนว Jazz ตั้งแต่ยังเด็ก..และประสบความสำเร็จในอาชีพ ด้วยการพาเพลงในสไตล์ Jazz และ Electro-Swing นี้ขึ้นไปจนถึงอันดับ #1 ของชาร์ตเพลงทั้งใน Netherlands และกระทั่ง UK แถมเธอยังเป็นแถมอัลบั้มของเธอยังขายในกว่า 300,000 อัลบั้มในบ้านเกิด และกว่าล้านอัลบั้มทั่วโลกด้วย!! ความสำเร็จนี้จึงทำให้เธอได้รางวัลใหญ่อันทรงเกียรติอย่าง ‘Edison Award’ ในฐานะศิลปินหญิงยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน..ต้องถือว่าด้วยความดังของสาว 'Caro Emerald' สามารถดึง 'Electro-Swing' ให้รู้จักเป็นวงกว้างมากย่ิงขึ้น!!

 

 

 

 

 

 

9. Goodluck  (Photo From mindequalsblown.net)

วงนี้ข้ามกันไปไกลถึง 'Captown' ประเทศ ‘South Africa’ ที่เริ่มจากการรวมตัวของ สามเพื่อนรักอย่าง Ben Peters..Juliet Harding และ Matthew O’Connell โดยพวกเขาพยายามที่จะเชื่อมจังหวะ 'Jazz' เข้าร่วมกันกับ 'Dance Music' โดยที่ Ben นั้นเป็นน้องชายของ Dominic Peters หนึ่งในสมาชิกดูโอ้ EDM ชื่อดังอย่าง 'Goldfish' พอดี..(ซึ่งตอนนั้นพี่ชายเขา สร้างชื่อเสียงจากการนำเอาเพลง Jazz มาผสมกับ African Music) โดยจากคำแนะนำของพี่ชาย ทำให้ Ben Peters และวงของเขา นำอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์เข้ามาเสริมกับแจ๊ส จนเป็นสไตล์เฉพาะตัว!! จากนั้นในอัลบั้มเต็ม วงได้นักร้องสาวชาวอเมริกัน Lisa Kekaula มาช่วย Featuring ในเพลงแจ้งเกิดอย่าง 'Hop On Hop Off' อีกด้วย!!

 

 

 

 

 

10. Yolanda Be Cool (Photo From Bbc.co.uk)

ขอปิดท้ายด้วยเพลงในตำนานอย่าง ‘We no speak americana’ ที่ดูโอ้อีดีเอ็ม จากออสเตรเลีย อย่าง Sylvester Martinez และ Johnson Peterson ในนาม 'Yolanda Be Cool' โดยเข้าทั้งสอง ได้ร่วมมือกับโปรดิวเซอร์ 'DCUP' นำเพลง Swing คลาสสิค ‘Tu Vuò Fa' L'Americano’ ของ Renato Carosone มาทำใหม่ พร้อมผสมจังหวะ House และ Big Beat ลงไป..จนกลายเป็นเพลงแดนซ์ที่โด่งดังและตัวซิงเกิ้ลประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด..ด้วยยอดขายกว่า 5ล้านก็อปปี้ และคนดูมากกว่า 200ล้านวิวในยูทูป ..แถมขึ้นท็อปในชาร์ตของประเทศต่างๆทั่วโลกทั้ง UK..Spanish..German..Mexican.. Argentina..Sweden..Danmark..Switzerland..Australia..France..Italy..Spain..Norway..Colombia..New Zealand..Mexico และอีกมาก!!

 

(ปล. ชื่อของ 'Yolanda Be Cool' มาจากสุดยอดภาพยนต์ตลอดการอย่าง ‘Pulp Fiction’ ของเฮีย  'Quentin Tarantino'  โดยจะมีฉากหนึ่งที่ 'Samuel L. Jackson' กล่าวกับโจรสาวนาม 'Yolanda' ที่มาพร้อมอาวุธว่า “​Be Cool”) 

 

 

 

จะเห็นได้ว่า..การเล่นแนว 'Electro-Swing' ไม่ได้จำกัดสไตล์ในการเล่นของนักดนตรีเลย..เพราะนั้นคือข้อดีความเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และความอิสระของนักดนตรี สไตล์อิเล็กทรอนิกส์มิวสิคเชี่ยน(Electronic Musician)ครับ.. แต่อย่างไรก็ตาม บทความ 'Electro-Swing' นี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง ของการฟิวชั่นแนวดนตรีในอดีตเข้ากับดนตรีสมัยใหม่เท่านั้น ซึ่งเราอาจจะศึกษาเป็นแนวทาง สำหรับการนำสไตล์ดนตรีต่างๆมาผสมกัน จนเกิดเป็นแนวดนตรีเฉพาะตัวของเราครับ!!

 

และสำหรับเพื่อนๆ นักดนตรี หรือดีเจที่มาจากสายดนตรีมาก่อน อยากเรียนรู้การสร้างซาวด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์..ผสมเข้ากับดนตรีของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Rock..Pop..Jazz หรือกระทั่ง Thai Traditional ในรูปแบบของนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์..ลองเข้าไปดูหลักสูตร Electronic Musician ของทางอินเอียบีทกันได้เลย หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 095-950-7590, 02-619-5668 และทักไลน์กันได้ในไอดี @inearbeat

 

 

 

-- ข้อมูลจาก Electro-swing.com, Billboard.com, Allmusic.com, Discogs.com, Mtv.com, Wikipedia.org และ Mn2s.com เรียบเรียงโดย Choco Beat --

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive