12 ศิลปิน POP ระดับโลก...ที่เคยฟิวชั่นข้ามสายกับแนว EDM มาแล้ว!!!

June 3, 2016

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

ต้องถือว่าแนว Pop Music นั้น..คือดนตรีที่ผู้คนทั้งโลก นิยมฟังเป็นอันดับต้นๆ แถมยังนับว่าเป็น Mainstream สายหลักตลอดกาลอีกด้วย!! และการมาของ Electronic Dance Music(EDM) ทำให้กระแสดนตรีเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่..จึงทำให้เหล่าศิลปิน ‘ตัวท็อป’ ของวงการ..อยากลองฟิวชั่นข้ามสายพันธุ์ ไปสู่ แนว EDM กับเข้าบ้าง..แต่เชื่อหรือไม่ว่า ด้วยความเป็นศิลปินรุ่นใหญ่ บวกการสนับสนุนจากโปรดิวระดับโลก..และยังได้รวมมือกับดีเจ/โปรดิวเซอร์ มือหนึ่ง..ทำให้ ‘Pop/EDM’ ของพวกเขา..กลายเป็นแนวดนตรีที่ ‘ทรงพลัง’ อย่างไม่น่าเชื่อ!! วันนี้แอดมินถือโอกาสรวบรวมผลงานเด็ดๆ ของเหล่าซุปตาร์มาให้เพื่อนๆฟังกันครับ..ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ลองไปดูกันเลย!!

 

(Photo From time.com / billboard.com / boomsbeat.com /people.com)

 

 

 

1. Madonna  (Photo From Mdzol.com)

นักร้องสาวเพลง Pop รุ่นใหญ่(ปัจจุบันอายุ 57 ปี) และเป็นซุปเปอร์สตาร์ตัวจริง..เธอคือราชินีแห่งเพลงป็อป..ที่มีภาพลักษณ์ที่แรง ชัดเจน แถมยังมีเพลงขึ้นอันดับ 1# ของ Billboard Chart มากกว่า 10 เพลงทั้งฝั่งอเมริกา และอังกฤษอีกด้วย!!..ซึ่งนอกจากความสามารถด้านการร้องเพลงแล้ว ยังเป็นนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ และนักแสดงอีกด้วย Madonna มีผลงานมาแล้วถึง 11 อัลบั้ม จัดคอนเสิร์ตกว่า 10 ครั้ง และกวาดรางวัลชื่อดังมากมายมานับไม่ถ้วน และนอกจากผลงานเพลง เธอยังมีผลงานการแสดงมาไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง!!

 

Bitch I'm Madonna

อัลบั้ม Rebel Heart(2015) คือสตูดิโออัลบั้มล่าสุดของเธอ..ที่นอกจากความเป็น Pop ที่ปรับให้ทันกับยุคสมัยแล้ว เธอยังเพิ่มแนว EDM สายอินดี้อย่าง Vaporwave (อีดีเอ็มที่มีความอาร์ตในตัวสูง ผสมความเป็น Retro..Lounge.. Jazz..Disco และ Ambient แถมยังผสานวัฒนธรรมข้ามสายแบบเอากรีก มาผสมกับ ญี่ปุ่น ด้วยโทนสีจัดจ้านอีกต่างหาก) ความพิเศษของเพลงที่นอกจากได้ Nicki Minaj มาฟีเจอริ่งแล้ว..เธอยังมี Diplo มาโปรดิวซ์ให้ด้วย...แถมเพลงยังออกมาเจ๋ง ถึงขนาดติดอันดับ 1# ของ Billboard Chart สายแดนซ์กันเลยทีเดียว

 

Living for Love

อีกหนึ่งเพลงที่ Diplo พาเธอทะยานขึ้นสู่อันดับ 1# สำหรับ Billboard Chart เช่นกันกับ Living for Love ซึ่งเพลงนี้เป็น House EDM ที่ได้สาวสวย Alicia Keys มาใส่ไลน์ Piano ให้ด้วยครับ...สำหรับอัลบั้ม Rebel Heart นี้ Madonna ได้รับคำชมที่ดี สำหรับศิลปินที่นำแนวใหม่อย่าง EDM มาผสมโดยไม่ทำลายความเป็น Madonna ลงไปแม้แต่นิดเดียว!!

 

Devil Pray

ในอัลบั้ม Rebel Heart นั้น..นอกจากจะได้ Diplo มาช่วยแล้ว อีกหนึ่งดีเจ/โปรดิวเซอร์คนสำคัญ ก็คือ Avicii นั่นเอง...โดยตัวเพลงนั้นจะเป็นแนว Technopop ที่ผสม Folk และ Country-Pop แบบสไตล์ EDM สายถนัดของ Avicii ครับ

 

 

 

 

2. Britney Spears  (Photo From Popsugar.com)

Britney Jean Spears (ปัจจุบันอายุ 34 ปี) ศิลปินสาวชาวอเมริกัน ผู้โด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย ในช่วงวัยรุ่นเพียงอายุ 17 ปี เท่านั้น เธอแจ้งเกิดในบทเพลง Baby One More Time ที่มาพร้อมกับความสดใส และหลังจากนั้นก็มีเพลงฮิต ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่สาว ๆ ร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองในยุคนั้น และ หลังจากผ่านมลสุมของชีวิต ที่ทำให้เธอหายไปสักพัก เธอก็กลับมากับเพลงแนว Pop Dance และ EDM และทำให้เธอกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง!!

 

Work B**ch 

อยู่ในอัลบั้มล่าสุดอย่าง Britney Jean(2013)โดยจะเป็น EDM แนว Agressive ที่มีดีเจ/โปรดิวเซอร์ Ingrosso (หนึ่งในกลุ่ม Swedish House Mafia) และดีเจ Otto Knows มาดูแลเรื่องการโปรดิวซ์ให้ แถมยังได้เจ้าพ่อเพลงแดนซ์อย่าง will.i.am (สมาชิกตัวหลักของ The Black Eyed Peas) มาช่วยโปรดิวซ์และเขียนเพลงให้อีกด้วย นอกจากเพลง Work Bitch แล้วในอัลบั้มยังมีเพลงอย่าง Passenger ที่ได้ Kety Perry มาเขียนเนื้อ และ Diplo มาโปรดิวซ์ให้อีกด้วย

 

Inside Out

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Femme Fatale(2011) ครับ..จะเป็นแนว Electro-Pop ที่ผสานกับแนว R&B  และจังหวะ EDM Dubstep ที่กำลังเริ่มฮิตในช่วงปีนั้น..เพลงนี้ได้โปรดิวเซอร์ Dr.Luke และ Max Martin เจ้าพ่อ Electro-Pop ที่เคยทำให้ Brithney ดังมาแล้วใน Baby one more time นั่นเองครับ

 

 

 

 

3. Rihanna  (Photo From Meltyfashion.fr)

นักร้องสาวผิวแทนผู้โด่งดัง จากประเทศสหรัฐอเมริกา(ปัจจุบันอายุ 28 ปี) ที่แจ้งเกิดในเพลง Umbrella ที่ได้ JAY-Z มาร่วมแจม และเป็น Producer ให้อีกด้วย เธอเป็นสาวมั่นใจ เสียงดีมีเสน่ห์ที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่น่าค้นหา นอกจากผลงานเพลงของเธอจะโด่งดังนับไม่ถ้วนแล้ว ในวงการแฟชั่นเองเธอก็โด่งดังไม่ใช่น้อย ที่แม้ว่าจะแนว จนแปลก!!!บ้างในบางครั้งก็ตาม

 

We Found Love

เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ได้ ดีเจ/โปรดิวเซอร์ Calvin Harris มาโปรดิวซ์ให้ครับ​..โดยจะอยู่ในอัลบั้ม Talk That Talk (2011) เพลงจะเป็นสไตล์ Electro House ที่เป็นยุคเริ่มบูมของกระแส EDM ซึ่งตัวเพลงยังมีองค์ประกอบของ Techno Trance และ Euro-Disco เข้ามาเสริมด้วย

 

Where Have You Been

อีกหนึ่งเพลงในอัลบั้มเดียวกัน Calvin Harris เจ้าเดิมจับมือกับ Dr. Luke โปรดิวซ์เพลง Techno House อย่าง Where Have You Been ที่ถือว่าเป็นแนว Dance-Pop ที่เหมาะกับ EDM เฟสติวัลในช่วงปีนั้นมากๆ แถมยังคงไว้ด้วยสไตล์ R&B และ Hip-Hop ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของ Rihanna ครับ

 

Calvin Harris : This Is What You Came For

ถึงคราวที่ Rihanna จะไปปรากฎตัวใน อัลบั้มของฝั่ง Calvin Harris บ้างแล้ว..เพลง EDM จังหวะกลางๆ..ที่ย้อนอดีตไปยังสไตล์ Chicago House ยุคแรกๆ... โดยจะให้อารมถึงความสนุก และความรู้สึกแบบ Chilled-Out เป็นหลัก..เพลงนี้ขึ้นชาร์ทอันดับ 1# ของหลากหลายประเทศอีกด้วย

 

 

 

 

4. LADY GAGA

สาว Stefani Joanne Angelina Germanotta หรือที่รู้จักกันในนาม Lady Gaga (ปัจจุบันอายุ 30 ปี) เธอเป็นนักร้องและนักแสดงสาวที่เคยโด่งดังเป็นพลุแตก ทั้งผลงานเพลง แฟชั่น มิวสิควีดีโอ ที่ทุกคนต้องให้ความสนใจอยู่เสมอ  แม้ว่าพักหลังเธอจะหันไปเอาดีด้านการแสดง และเปลี่ยนมาร้องเพลงแนว Ballad มากขึ้น ก็ตาม

 

Aura

หนึ่งในสตูดิโอที่เน้นงานแนว EDM อย่าง Artpop ที่ได้ศิลปินอีดีเอ็มดาวรุ่ง Zedd มาเป็นแก่นหลักในการโปรดิวซ์เพลงของอัลบั้มนี้..และเพลงฮิตอย่าง Aura ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยนอกจาก Zedd แล้ว Co-Producer คนสำคัญของเพลงก็คือ ดูโอ้ Infected Mushroom ที่โด่งดังมาจากแนว Psychedelic Trance ที่เป็น EDM สายดาร์กแต่เต็มไปด้วย Tempo เร็วๆมันส์..และทำให้เพลงนี้ถูกเลือกโดย ผู้กำกับดัง Robert Rodriguez (เพื่อนซี้ของเฮีย ควอนติน) นำไปประกอบในหนังดังอย่าง Machete ของเขาด้วย

 

G.U.Y.

อีกหนึ่งผลงานที่อยู่ในอัลบั้มเดียวกัน G.U.Y หรือที่ย่อมาจาก Girl Under You นั้นเป็นการเขียนเพลงและโปรดิวซ์ร่วมกัยของ Gaga และ Zedd โดนจะเป็น EDM สาย House และ Industrial ที่มีกลิ่นของ Experimental /Ambient เป็นหลัก(เสียง Noise ฟุ้งกระจาย)  ..และตัวเพลงยังใส่แนว R&B แบบร่วมสมัยลงไปในนั้นด้วย

 

 

 

 

5. Katy Perry  (Photo From Ambwallpapers.com)

นักร้องสาวเสียงดี นักแต่งเพลง นักธุรกิจ นักการกุศล และนักแสดงชาวอเมริกัน แถมหน้าตาก็ดีอีกด้วย เรียกได้ว่าเธอคนนี้เพรียบพร้อมในทุก ๆ ด้านจริง ๆ(ปัจจุบันอายุ 31 ปี)... Katy Perry ถือเป็นนักร้องอีกคน ที่ไม่ว่าจะส่งเพลงไหน ๆออกมา ก็ได้ใจชาวไทยและชาวต่างประเทศ ส่วนเพลง EDM ที่มีผู้ชมคลิกชมกว่า 1,400 ล้านวิว อย่างเพลง Dark Horse (Official) ft. Juicy J ที่ Music Video ก็อลังการไม่แพ้ แนวก่อนๆของเธอเลย

 

Walking On Air

เพลงจากอัลบั้ม Prism( 2013) ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงที่ถูกโหวตระหว่าง Dark Horse ว่าซิงเกิ้ลไหนจะได้เป็นเพลงโปรโมทอัลบั้ม..โดย Walking On Air นั้นเป็นแนวEDM อย่าง Deep House ที่ได้รับอิทธิพลมากจาก Eurodance ในยุค 90s และมี Disco ผสมอยู่ด้วย

 

Dark Horse

เพลงดังจากอัลบั้มเดียวกัน..โดยที่ Dark Horse ได้ถูกเลือกเป็นเพลงโปรโมทอัลบั้มนี้ โดยแกนหลักของเพลงนั้นจะเป็นสาย Trap (มีองค์ประกอบของ Dubstep ผสมอยู่เบาๆ) บวกกับ Hip-Hop ซึ่งสตรองด้วย การแร็พของ Juicy J อีกด้วย.. และเพลงได้สองโปรดิวเซอร์ Max Martin และ Dr.Luke มาโปรดิวซ์ให้ครับ

 

 

 

 

6. Beyoncé  (Photo From Weheartit.com)

เป็นนักร้องสาวที่มากับแนวสไตล์ ป็อบ/อาร์แอนด์บี, นักแต่งเพลง, โปรดิวเซอร์, นักแสดง และ นางแบบ ชาวอเมริกัน(ปัจจุบันอายุ 34 ปี) เธอเกิดและเติบโตที่ฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส เป็นศิลปินสาวผิวสีที่มีเสียงทรงพลัง และ การเต้นที่แข็งแรง ที่ใครหลายคนยกให้เป็นต้นแบบ แม้ปัจจุบันจะแต่งงานมีลูก 1 ไปแล้ว แต่เธอยังคงมีผลงานเพลงออกมาไม่ขาดสาย 

 

Run the World (Girls)

จากสตูดิโออัลบั้ม 4(2011)เพลงที่ได้ดีเจ/โปรดิวเซอร์ คนดังมาช่วยถึงสองคนอย่าง Afrojack และ Diplo.. โดย Run the World(Girls) นั้นจะเป็น R&B กับ Electropop ที่ผสมเข้ากับแซมเพิลเพลง “Pon de Floor” ของกลุ่ม Major Lazer ที่เป็นอีดีเอ็มสไตล์ เพลงมาร์ชของทหาร มีการเน้นในจังหวะเพอร์คัสชั่นที่โดดเด่น และ Synthesizer หนักๆ (นอกจากเพลงนี้แล้ว Diplo ยังตามมาโปรดิวซ์ ในอัลบั้มล่าสุดอย่าง Lemonade ของ Beyoncé ด้วยครับ..ในเพลง Hold Up แต่เป็นแนว Reggae Fusion ที่มีซาวด์อีดีเอ็มแซมเพิลเบาๆเท่านั้น)

 

 

 

 

7. Taylor Swift  (Photo From Kawankumagz.com)

จากนักเขียนที่ผันมาเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เติบโตที่ไวโอมิสซิง รัฐเพนซิลเวเนีย (ปัจจุบันอายุ 26 ปี) ซึ่งวินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเธอ เพราะผลงานเพลงของเธอคว้ารางวัลมานับไม่ถ้วน ยอดขายที่ถล่มทลาย เธอเริ่มต้นจากการเป็นศิลปินแนว Country และเริ่มผสมผสานแนวดนตรี Pop Dance มากขึ้นจนมาถึงการทำเพลงแนว EDM เธอเป็นคนหนึ่งที่บอกได้เลยว่าทำเพลงหลากหลายแนว และประสบความสำเร็จแทบจะทุกบนเพลง ด้วยเนื้อร้องที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์ของเธอ (ที่รู้กันดีว่าเธอมักนำอดีตแฟนเก่ามาแต่งเพลง นั่นเอง!!)

 

I Knew You Were Trouble

จากอัลบั้มก่อนหน้าอย่าง Red (2013) สาว Taylor Swift พยายามใส่สไตล์ที่ทันสมัยขึ้นอย่าง EDM ลงไปในเพลงครับ และเพลงนี้จะเป็นการผสมกันระหว่าง Poprock และ Electropop กับ Dubstep ครับ..แถมเพลงนี้ยังได้รับคำชมจากบรรดานักวิจารณ์อีกด้วยนะ

 

 

 

 

8. Ellie Goulding  (Photo From Weheartit.com)

นักร้องสาวชาวอังกฤษ และนักดนตรี(ปัจจุบันอายุ 29 ปี)...เธอผู้ที่ร่วมแจม หรือ Featuring เพลงกับหลากหลายศิลปินมากมาย และ เธอก็ประสบความสำเร็จในเพลง Love Me Like You Do ที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ Fifty shades of grey นอกจากแนวเพลง อินดีป็อป , ซินธ์ป็อป ,โฟล์กโทรนิกา เธอยังมีผลงานแนวเพลง EDM มาไม่น้อย

 

Skrillex : Summit

หลังจากเดบิวสตูดิโออัลบั้มอย่าง Lights ที่เป็นแนวอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Synthpop และ Folktronica สาว Ellie Goulding ก็ถูกทาบทามจาก Skrillex สำหรับเพลง Summit ของเฮียซึ่งอยู่ใน EPอัลบั้ม Bangarang (2011) ครับ..โดยเพลงนี้นั้นจะไปสไตล์ EDM แบบ Chillstep ผสมกับการ Chop เป็นท่อนๆตามสไตล์ของเฮีย พร้อมเสียงร้องแบบ Auto-Tune ที่กลับมาดังในช่วงปีนั้นครับ

 

Calvin Harris : I Need Your Love

ถัดจากเพลง Summit มาได้หนึ่งปี Ellie Goulding ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับ ดีเจ/โปรดิวเซอร์หนุ่มหล่อค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่าง Calvin Harris และเพลง Electron House ผสมสไตล์ Synthpop อย่าง I Need Your Love นี้..กลายเป็นเพลงที่บรรดานักวิจารณ์ชื่นชมมากที่สุด (ในปีเดียวกันนี้ สาว Ellie ยังได้ร่วมงานกับ Zedd ด้วยในชื่อเพลงว่า Fall Into The Sky แม้จะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้าง แต่ก็ถือว่าเป็นเพลงที่ดีทีเดียว)

 

Major Lazer : Powerful

โปรเจค Major Lazer กับอัลบั้มล่าสุด Peace Is The Mission(2015) พวกเขาชักชวน Ellie Goulding ร่วมมาสร้างประสบการณ์เพลง EDM  แนว Power Ballad ที่ผสม Soul และ R&B ลงไปได้อย่าน่าชื่นชม โดยตัวเพลงนั้นยังได้นักร้องสาย Reggae อย่าง Tarrus Riley มาร้องคู่อีกด้วย...แถมมิวสิควีดีโอยังออกแนว..เกาะกระแส ‘ซุปเปอร์ฮีโร่’ อีกต่างหาก (ใครอยากเห็นเธอในเวอร์ชั่น ‘Jean Grey’ ห้ามพลาด)

 

 

 

 

9. Ariana Grande (Photo From Pitchfork.com)

Ariana Grande-Butera นักร้องสาวร่างเล็กชาวอเมริกัน (ปัจจุบันอายุ 22 ปี) ผู้ที่ความสามารถไม่เล็กเหมือนตัวของเธอแน่นอน นอกจากนี้เธอยังเป็นนักแสดง นักแต่งเพลง อีกด้วย เป็นนักร้องอีกคนหนึ่งที่มีเสียงสูง และ แหลม จนใครก็ต้องหลงใหล

 

Break Free

สตูดิโออัลบั้มที่2 อย่าง My Everything ที่เธอให้นิยามว่า “มันคือวิวัฒนาการ” ของเธอครับ..โดยอัลบั้มนี้Ariana Grande ผสมแนวเพลงอันหลากหลาย... โดยเฉพาะ Break Free ที่เป็นแนว EDM สาย Electro House และได้ Zedd มาโปรดิวเซอร์ให้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย!! และตามคาดเพลงนี้ติดอันดับ 1# ของ Billboard Chart สาย Dance/Electronic ของอเมริกาโดยทันที

 

 

 

 

10. Kesha (Photo From Billboard.com) 

นักร้องสาวชาวอเมริกัน (ปัจจุบันอายุ 29 ปี) เธอร้องเพลงเบื้องหลังและแต่งเพลงให้นักร้องคนอื่น ๆ ด้วย เธอประสบความสำเร็จใน ค.ศ. 2009 หลังจากมีส่วนร่วมในซิงเกิลอันดับหนึ่งของ Flo Rida กับเพลง Right Round ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็แจ้งเกิดในเพลง TiK ToK ที่มากับเพลงแนว Pop Dance เป็นหนึ่งในซิงเกิลดาวน์โหลดที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำยอดขายได้มากกว่า 14 ล้านซิงเกิลทั่วโลก และหลังจากนั้นเธอก็เริ่มหันมาสนใจในเพลงแนว EDM ที่เห็นได้ชัดก็มาจาก Single เพลง Die Young ของเธอ

 

Zedd : True Colors

เพลงเดียวกับชื่ออัลบั้ม True Colors(2015-2016) ของ ดีเจ/โปรดิวเซอร์ Zedd โดยตัวเพลงจะเป็น Electro แนว Ballad ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และอารมณ์..ที่สะท้อนถึงการต่อสู้กับ มรสุมชีวิต ที่ตัว Kesha เจออีกด้วย

 

 

 

11. Justin Bieber  (Photo From Theguardian.com)

หลังจากผ่านศิลปินสาว ๆ มากันไปหลายคน เรากลับมากลับศิลปินหนุ่มที่คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา กับหนุ่มน้อย รูปหล่อ ที่เคยแจ้งเกิดด้วยวัย 17 ปี (ปัจจุบันอายุ 22 ปี) กับเพลง Baby อย่างหนุ่ม Justin Bieber อีกแล้ว ที่ไม่ว่าจะออกเพลงไหน จะออกสักกี่เพลงก็ฮิตติดลมบนเสมอ

 

 

Jack Ü : Where Are Ü Now

หลังจากที่ Skrillex และ Diplo จับมือร่วมกันสร้างโปรเจค Jack Ü ด้วยจุดประสงค์ที่ว่าจะนำเพลง Pop มาสร้างในสิ่งที่คนคาดไม่ถึง!! และ Where Are Ü Now ที่ได้ Justin Bieber มาฟีเจอริ่ง ก็เป็นหนึ่งในนั้น..แถมมันยังดีซะถึงขั้นได้รางวัล Grammy Award อีกด้วย!!

 

 

What Do You Mean?

เพลงจากอัลบั้มของเขาเอง อย่างอัลบั้ม Purpose(2015) ซึ่งเป็นเพลงแนว Tropical House ด้วยความเร็วประมาณ 125 BPM...แถมงานนี้เจ้าตัวยังเคลมว่า เขามีส่วนในการเขียนเนื้อและเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมด้วย (แต่เราขอข้ามดราม่าไปละกัน) 

 

 

Sorry

จากอัลบั้ม Purpose(2015) เช่นกัน..ที่งานนี้เป็น Skrillex ที่มาโปรดิวซ์เอง..โดยตัวเพลงยังคงความเป็น Tropical House ที่เบิกทางสู่โลก EDM ให้หนุ่มน้อย justin แต่เสริมความงามของเพลงด้วย Reggae ริทึ่มนิดๆ และโดดเด่นด้วยเสียงเครื่องเป่า ที่เข้ากันได้อย่างดิบดีกับแนวเพลงสไตลริมหาด..พร้อมพระอาทิตย์ตกยามเย็นครับ

 

 

 

 

12. Bruno Mars (Photo From Rollingstone.com)

นักร้องหนุ่มชาวอเมริกัน , นักแต่งเพลง , โปรดิวเซอร์ , นักพากย์เสียง , นักออกแบบท่าเต้น (ปัจจุบันอายุ 30 ปี) เกิดและเติบโตใน โฮโนลูลู, ฮาวาย ในครอบครัวของนักดนตรี ผู้มีเสียงไพเราะ ทรงพลัง ที่ได้ฝากผลงานเพลงรัก อกหัก มาไม่น้อยที่เรารู้จักกันดีอย่าง Just The Way You Are หรือ Grenade ครับ..และช่วงหลัง Bruno Mars เข้าไปร่วมฟีเจอริ่งกับหลากหลากกลุ่ม และหลากหลายแนวเพลงมากขึ้น แถมยังมีไปแจมกับแนว EDM ด้วย

 

 

Major Lazer : Bubble Butt

เพลงนี้เป็นเพลงดังของ กลุ่มดีเจ/โปรดิวเซอร์สาย Trap อย่าง Major Lazer ครับ(เฮีย Diplo อีกแล้ว) Bubble Butt นี้นอกจาก Bruno Mars จะมาร่วม ฟีเจอริ่งแบบขำๆแล้ว..ยังร่วมแต่งด้วย ซึ่งเพลงนี้เวอร์ชั่นสองยังได้แร๊พเพอร์ดัง 2 Chainz มิกซ์เพิ่มเข้าไปด้วยครับ

 

 

--- บทความโดย Jamse Intern และ Choco Beat ---

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts