ดีเจ/โปรดิวเซอร์(DJ/Producer) คืออะไรกันแน่!!

June 15, 2016

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

ปัจจุบันนี้ ‘วงการดีเจ’ ไม่ว่าจะทั่วทั้งโลกหรือในประเทศไทยเอง..ต่างมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด!! แถมยอดแฟนเพลง อิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า!!..เหล่าดีเจ ไม่ว่าจะสายไหนๆ ต่างพัฒนาและถีบตัวเองขึ้นกันเป็นอันดับต้นๆของวงการ!!...บางคนอาจจะใช้รูปร่างหน้าตา หรือคาแรคเตอร์ที่โดดเด่น..บางคนอาจจะใช้ทักษะในการเพอร์ฟอร์ม.. แต่คนส่วนใหญ่ทั่วโลก เลือกที่จะอัพเกรดตัวเองในสเกลที่ใหญ่ขึ้น อย่างการเป็น ‘DJ/Producer’!! ไม่ว่าจะเป็น Skrillex.. Martin Garrix .. Avicii.. Marshmello หรือกระทั่งดีเจสาว Alison Wonderland ต่างก็มีงานโปรดิวซ์ในฐานะ DJ/Producer กันทั้งนั้น!!....ส่วนคำว่า ‘Producer’ ของสายดีเจมันคืออะไรกันแน่? ..และมัน ‘จำเป็น’ สำหรับดีเจจริงๆหรือ? วันนี้เราลองไปหาคำตอบกันครับ!!

(Photo From Djmagitalia.com)

 

 

 

 

 

1. จอกศักสิทธิ์(Holy Grail)ของดีเจ  (Photo From 1080plus.com)

การเป็น 'DJ/Producer' สำหรับดีเจนั้น..มันเป็นเหมือนจุดมุ่งหมายที่หลายคนปรารถนาหรือเปรียบเหมือน 'จอกศักสิทธิ์' ของดีเจนั่นเอง..เพราะนอกจากจะทำให้เราได้เครดิต ในสายโปรดักชั่นแล้ว..เรายังได้งานในอาชีพดีเจอีกด้วย!! และในทางกลับกัน ถ้าเราไม่สามารถทำได้ แม้แต่ขั้นตอน ‘Mashup’ง่ายๆ..เท่ากับว่าเราอยู่ในจุดที่เสียผลประโยชน์ตั้งแต่เริ่มแรกเลยทีเดียว (ในที่นี้หมายถึง Mashup ไม่ใช่ Mixtape นะครับ)... มาถึงคำถามที่ว่า..เราจำเป็นต้องไขว้ขว้าทักษะ ‘การทำเพลง’ เพื่อจะได้เป็นดีเจสมัยรึเปล่า?... แล้วถ้ามันจำเป็นจริงๆ นั้นหมายความว่า ศิลปะดีเจแบบเดิมๆ ตายไปแล้วหรือ?!? สมมุติถ้าเราเมินเชยกับการเป็น ‘DJ/Producer’และเป็นเพียงดีเจธรรมดาล่ะ? ก่อนจะไปตอบคำถามเหล่านั้น..เราต้องรู้ก่อนว่างานของ ‘DJ/Producer’ คืออะไร?

 

 

 

2. DJ/Producer ทำอะไรได้บ้าง   (Photo From Uaudio.com)

สำหรับทักษะการโปรดิวซ์นั้น..สามารถให้เรา ‘ผลิตเพลง’ ออกสู่ภายนอกให้คนฟังได้เสพตามโซเชี่ยลหรือช่องมีเดียต่างๆ... และเพลงเขาเรานั้น ยังทำมาเพื่อให้ดีเจคนอื่นเอาเพลงเราไปเล่นครับ!! ซึ่งในที่นี้ ‘DJ/Producer’ ขั้นเริ่มต้น..อาจจะไม่ต้องเก่งขนาด "โปรดิวเซอร์มืออาชีพ” (แบบที่จะเป็นต้องรู้ว่า ทั้ง 24 เพลงของอัลบั้มเต็มที่ทำ..จะต้องเป๊ะเรื่องการอัดเสียงกลอง และลงรายละเอียดถี่ยิบในเรื่องอื่น!!!)  แต่ในกรณีของ ดีเจ/โปรดิวเซอร์นั้นอย่างน้อยๆเราต้องรู้เรื่อง ของ Mashups.. Re-Edits.. Remixs และ Original Track  

 

 

Mashups

เอาง่ายสุดเลยนะ การ 'Mashups' เป็นเหมือนการนำ Acappella ของเพลงหนึ่ง ไปใส่เสียงดนตรีของอีกเพลงหนึ่ง หรือคือ การนำเพลงสองเพลงมาวางซ้อนกัน หรือสุดท้ายจะเป็นการเอาหลายๆเพลงมา “ยำ” เพื่อได้สิ่งใหม่ๆก็ได้!!.. ศาสตร์ของการ Mashups นั้น ถ้าเป็นการทำที่ดีมักจะตัดท่อนที่เกินความจำเป็นหรือเสียงที่มากเกินไปออกไปก่อนเสมอ และดนตรีที่ได้ออกมานั้นเป็นเหมือน “การวางท่อนใหม่หรือการ Edit ท่อนใหม่”ของดีเจเอง เพราะว่ามันเป็นไปได้ที่เราจะแสดง Mashup แบบสดๆด้วย!! เพราะขั้นตอนมันไม่มีอะไรมาก นอกจากนำเพลงสองเพลงเปิดพร้อมกัน และใช้เทคนิคการมิกส์เพื่อให้เพลงสองเพลงเล่นไปพร้อมกันในท่อนที่เราต้องการนั่นเอง!!... แต่เพียงสิ่งนี้มันจะต้องอาศัยทักษะดีเจ ที่มากกว่าทักษะของคนที่แต่งเพลงทั่วๆไปทำกัน ซึ่งส่วนใหญ่พวกศิลปิน Mashup เจ๋งๆที่เราเจอนั้น ก็มักจะถูกนำไปเขียนรวมหัวว่าเป็น 'Producer' ด้วยเช่นกัน!!!

 

 

Re-Edits

นี่คือการที่เราเอาเพลงของคนอื่น หรือเพลงที่เราทำมันจนสมบูรณ์แล้ว..นำมา 'เปลี่ยน' ด้วยเหตุหนึ่ง!! เช่นบางที่คุณอยากแค่จะเอาท่อนสุดท้ายของช่วงChorus ออก หรือบางทีคุณอาจต้องการทำ Loop และใช้ให้เล่นซ้ำไป 8ห้อง หรือบางที่คุณแค่ไม่ต้องการช่วง Intro แล้ว...หรือต้องการจะตัดท่อน Breaks ออก... หรือไม่ก็ต้องการใช้มันแค่ท่อน Chorus ไม่ก็ต้องการจะใช้แค่ Insrtument เวอร์ชั่น หรือ Dub เวอร์ชั่น!!... อย่างไรก็ตามประเด็นหลักๆของ Re-Edits คือเราเอาเพลงเดิมมาตัดเปลี่ยนท่อนให้กระฉับขึ้น หรือให้ออกมาเป็นในแบบที่เราต้องการ ทำเวอร์ชั่นใหม่สำหรับเราเอง!! เพื่อไว้ใช้ในเซทดีเจ และเชื่อมั้ยว่า ดีเจบางคนก็ได้รับการชื่นชมและชื่อเสียง..จากการทำเพียงแค่ Re-Edits นี้เท่านั้น!!

 

 

Re-Mixes

ก่อนอื่นต้องรู้จักคำว่า 'Stems' กันก่อน ซึ่ง Stems ที่จะพูดถึงนี้มันคือ เสียงเครื่องดนตรีต่างๆ ที่แยกชิ้นมาให้ทั้งหมดของเพลงๆนึง เช่นเสียงเพียวๆ ของกลอง,เสียงเบส,เสียงร้อง,เสียงซินท์ และอื่นๆ โดยเสียงทั้งหมดมาจากเพลงออริจินอลเดิมที่คุณจะใช้มันทำรีมิกส์ โดยเราอาจจะใส่ดนตรีใหม่ๆ เหลือเปลี่ยนจังหวะของเพลง หรือนำเสียงจากเพลงเดิมมาดัดแปลงเพื่อเปลี่ยนสไตล์ให้กับเพลงให้น่าสนใจยิ่งขึ้น หรือสำหรับกลุ่มตลาดอื่นๆ การรีมิกซ์มักจะมีคนทำออกมาเสมอสำหรับเพลงดังๆที่ออกมาทั้งหลาย และ Producer ดังๆหลายคนยังแจ้งเกิด จากการเอาเพลงคนอื่นมารีมิกซ์ มากกว่าการสร้างเพลงของตัวเองเสียอีก!!

 

 

Original Production

คำนี้หมายความว่า “ทำเพลงของเราเอง” คุณได้ยินเสียงอะไรในจินตนาการของเรา เอามันออกมาและทำมันให้เกิดขึ้นจริงซะ!! จริงๆแล้ว เกือบจะทุกเพลงบนโลกนี้นั้นมันเป็นลักษณะของ “อนุพันธ์”(Derivative) หรือคือการโยงถึงเสียงต่างๆ ที่อยู่ในหัวเรา ที่ได้ถูกบันทึกและจดจำจากบางที่ จากบางคน หรืออาจเป็นเสียงที่คุณได้ยินก่อนหน้านี้จากประสบการณ์ต่างๆ จากการฟังเพลง หรืออื่นๆ พอตอนเราทำงาน เราเพียงแค่จินตนาการและประมวลผลมันขึ้นมาใหม่อีกครั้งเท่านั้นเอง.. อย่างไรก็ตาม ท่วงทำนองเหล่านี้แหละที่เป็นตนกำเนิดชื่อเสียงของศิลปินทุกคนเมื่อเพลงถูกปล่อย(ออกตลาด)และเป็นที่นิยม โปรดิวเซอร์ทุกคนย่อมฝันที่จะมีงานฮิตของตัวเองทั้งนั้น!!

 

 

 

3. การเป็นโปรดิวเซอร์ และเป็นดีเจไปพร้อมๆกันมันสำคัญอย่างไร ?  (Photo From Billboard.com)

ถ้าเราสามารถกลายมาเป็น โปรดิวเซอร์ได้เหมือนกับที่เราเป็นดีเจแล้วละก็..เส้นทางสู่ดวงดาวเร่ิมจะเปิดให้เราแล้ว หรืออย่างน้อยคุณก็มาถูกทาง แต่ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ? ลองมาวิเคราะห์กันดู.. อย่างหนังสือดังเกี่ยวกับดีเจที่ชื่อว่า "How to DJ Right: The Art and Science of Playing Records” มีบรรทัดหนึ่งที่พูดไว้ว่า

 

“ตราบใดที่ดนตรีเดินทางไปเร็วกว่าคนที่สร้างมันขึ้นมา...มันจะขาดเสียซึ่งดีเจไม่ได้”

 

หรือจะพูดง่ายๆก็คือ ผู้คนที่อยู่ในลานเต้น (Dancefloor) ทั่วทุกมุมโลกนั้น ต้องการได้ยินเสียงเพลงที่ถูกใจพวกเขา!!...แต่ความจริง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เพลงหนึ่งๆจะให้ถูกใจทุกคนได้!! นับจากนั้น การมีอยู่ของดีเจ ก็เพื่อเล่นเพลง(ที่มีอยู่แล้ว)..ซึ่งที่ผ่านมาก็ค่อนข้างจะมีรูปแบบที่ชัดเจน แต่อะไรละที่ดีกว่าการเป็นแค่คนที่เปิดเพลงของคนอื่นเพื่อหากิน!?!

 

ถ้าคุณสามารถที่จะสร้างสรรค์เพลงเพื่อให้ดีเจพวกนั้นได้เล่นล่ะ? คุณจะเห็นในทันทีว่าเหล่าโปรโมเตอร์และผู้จัด อยากจะจองตัวแน่นอน.. เพราะเขาจะได้โฆษณาว่าเขามีคุณ คนที่สร้างเพลงฮิตที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ และจะมาเปิดตัวในร้านของเขา!!..และนั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไม ดีเจคนที่สามารถสร้างงานเพลงของตัวเอง มักจะได้รับการจองตัวจากเทศการดนตรีทั่วโลก!!

 

 

ใครว่านำเพลงคนอื่นๆ มา 'ยำ' คงดังไม่ได้!!

แต่เอาล่ะ ก่อนที่คุณจะโอดครวญว่า  "ฉันไม่สามารถปล่อยตลาด ด้วยเพลงของคนอื่นได้ซะหน่อย” ลองดูตัวอย่างนี้ก่อน ดีเจหนุ่มนามว่า 'DJ Earworm'(รูปบน) เขาสามารถสร้างชื่อเสียง ให้กับอาชีพได้ด้วย การปล่อย Mashup ลงยูทูป ซึ่งทำให้ตอนนี้เขามีงานแสดงไปทั่วโลก!! และเขาเป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งในอีกหลายๆคน ที่ดังแบบเดียวกัน แต่เชื่อเถอะว่า นี่ก็ไม่ใช่แค่ความเป็นไปได้เดียว แต่หนทางนี้ถูกทำสำเร็จได้จริง กับดีเจจากทั่วโลกมาแล้ว)

 

นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมถ้าเราต้องการจะขยายความสำเร็จในสายงานอาชีพของเรา มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องมีทักษะโปรดิวเซอร์ด้วย หรือไม่อย่างนั้น เราอาจจะสามารถหางานได้ในเมืองอื่นๆ หรือต่างประเทศ(นอกเสียจากคุณจะมี แบคอัพดีอยู่แล้ว คุณมีคลื่นประจำของคุณ คุณเป็นอดีตนักร้องเพลงป๊อปผู้โด่งดัง!!) นั้นเพราะถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี่ เราก็เป็นแค่ดีเจดาดๆ และใครจะรู้ว่ามีคนแบบเราอีกมากแค่ไหน ในร้านที่เราเล่นอยู่...ในจังหวัดที่เราอยู่...และในประเทศที่เราอยู่นั่นเอง!!

 

 

 

4. งั้นหมายความว่า การเล่นดีเจรูปแบบเดิมนั้น ตายไปแล้วหรือ??  (Photo From Critica.com.pa)

อย่างไรก็ตาม เราให้นิยามว่า 'Producer' (คนที่สามารถสร้างอัลบัมได้เอง..คนที่ทำเพลงใน เพลงของศิลปินอื่น..คนที่ทำ Re-Edits และ ทำ Mashups ด้วยวัตถุดิบในเพลงของคนอื่น หรือบางคนที่ได้รับมอบหมายให้ Re-Mixs เพลงที่มีอยู่แล้ว) มันคือความตั้งใจที่จะทำสิ่งที่มากกว่าการแค่เอาเพลงของคนอื่นมาใช้เฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร..เราลองทำมันให้มากกว่าดีเจรูปแบบเดิม

 

แต่เรื่องแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดกันก่อน คือการเพิ่มพูนทักษะ และความรู้ของตัวเอง คือส่ิงที่ดีเจต้องทำไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะด้วยการ Remix Deckใน Traktor การทำ Samplers ในซอฟแวร์ดีเจอื่นๆ หรือกระทั่ง โปรแกรม โปรดิวเซอร์สมัยนี้ยังสามารถเป็นดีเจในตัวด้วย อย่าง Ableton Live….มันไม่ใช่ว่าการเล่นดีเจ(DJing)กลับกลายเป็นเพิ่มด้านโปรดิวเซอร์ด้วยตัวมันเอง หรอกหรือ?

 

เอาล่ะ มันเป็นไปตามนั้นจริง แต่ด้วยความเคารพ..เมื่อเราจะกล่าวถึงแก่นของมันจริงๆ ดีเจนั้นเกี่ยวกับการเปิดดนตรีด้วยความสามารถและรูปแบบการเล่นเฉพาะตัว (ซึ่งแน่นอนจะไม่มีช่องว่างระหว่างเพลง) สำหรับกลุ่มคนที่อยากจะแดนซ์ไปกับมัน  (จริงๆแล้วดีเจที่เปิดด้วยทำนอง(Tunes) ของตัวเองเพียวๆนั้นมีมาค่อนข้างนานแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่ยุค 90ต้นๆ Todd Terry เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในช่วงนั้น เขากลับมาแสดงยังโรงแรม Hacienda ที่แมนเชสเตอร์ ซึ่งเขาไม่เคยใช้ ท่วงทำนอง(Tunes)ของคนอื่นเลย..เขาจะเปิดมันด้วย กล่องคาดสีขาว ที่เป็นเพลงที่เขาทำเองทั้ง Re-Mixs เองและทั้ง Re-Edits เอง แล้วเล่นแบบพิเศษตั้งแต่นั้นมา)

(Todd Terry : Photo From Phillymixtape.co)

 

 

ประเด็นคือ การเล่น 'DJ' มันไม่ใช่การผลิตเพลง(Production)  จากอุปกรณ์ดีเจล่าสุด หรือผลิตซอฟแวร์ล่าสุดอะไรก็ตามที่ผู้ผลิตตั้งใจที่จะทำออกมา.. สำหรับทักษะและวิธีใช้นั้น ก็ต่างกันค่อนข้างมาก!! การเล่นดีเจ จริงๆ จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาไปกับมัน แถมความสามารถที่จะต้องอ่านคนฟังให้ออก และยังต้องได้ในการตอบสนอง กระตุ้นและจูงใจผู้ฟัง พาพวกเขาไปสู่ในจุดที่คาดไม่ถึงอีกด้วย!! เรียกได้ว่ามันเจ๋งจริงๆ!! ที่ดีเจจะใช้ ทักษะที่มีทำปาร์ตี้กับใครก็ตามที่อยู่ตรงหน้า..แม้ทุกอย่างมันค่อนข้างฉับพลัน ทั้งน่ากลัวชวนประหม่า แต่ถึงกระนั้นเราก็จำเป็นต้องสวมวิญญาณศิลปิน และทำสิ่งที่เหมาะสม!!

 

เช่นเดียวกัน 'Producer' ก็ไม่ใช่ดีเจ..คือถ้าเราเป็นดีเจ เราจะสามารถทำผิดพลาดได้ ตราบใดก็ตามที่คุณเอาผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด..แถมยังดึงคนดูมารวมกับเราได้อีกด้วย!! ..แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับ 'คนทำเพลง' คุณต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง..เป็นวัน..เป็นอาทิตย์..เพื่อจะแลกมาด้วยสิ่งที่เล็กที่สุดในชิ้นงาน แต่ก็อย่างว่า สำหรับในหนทางที่ต่างกัน การเก็บตัวอยู่คนเดียวของคนทำเพลง เรียกพลังจากด้านในออกมาเพื่อดันงานให้จบ ซึ่งสำหรับการเป็นโปรดิวเซอร์ที่ดีนั้น ก็มีทักษะที่ต่างจากการเป็นดีเจที่ดีเช่นกัน การที่เราสร้างเพลงของเราเองได้นั้น ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถเล่นเพลงให้คนฟังสนุกกับเรา และจดจำเราได้ซะหน่อย!!

 

ผลสุดท้ายคือ มันมากกว่าที่จะพูดว่าเป็นการ 'ฆ่า' ศิลปะดีเจรูปแบบเดิม!!  เพราะการทำเพลง(Production) คือทักษะพื้นฐาน ที่เป็นเหมือนความสามารถพิเศษ สำหรับเหล่าดีเจ ไปเพิ่มเติมในสิ่งที่เขาทำอยู่เดิมได้ และในแง่นี้ DJ/Producer จึงเป็นความชำนาญ ของทั้งสองสิ่งที่ต่างกัน แต่กลับไปด้วยกันได้!! แถมทั้งสองยังส่งเสริมสนับสนุนกันได้อีก 

 

"ถ้า การเป็นดีเจ เปรียบเสมือนการขับรถแข่ง การเหยียบมิดไมล์เร่งสปีด การสาดโค้งและอื่นที่ให้ผู้โดยสารต้องตื่นเต้นแล้วละก็ โปรดิวเซอร์การเปรียบเหมือน คนที่สร้างรถให้มันเร็วได้สุดสปีดตั้งแต่แรก!!"

 

 

 

 

5. สรุปคือ เราควรจะเป็น ดีเจ/โปรดิวเซอร์รึเปล่า? (Photo From Inearbeat.com)

ถ้าเราต้องการที่จะประสบความสำเร็จ นอกประเทศ หรือแค่ในรอบๆร้านประจำที่เราเล่นอยู่แล้วละก็..คำตอบนั้นคือ 'ใช่' เพราะมันคือเรื่องที่เราต้องสนใจ และอีกหลายเรื่องที่เราพูดกันไปวันนี้  การเล่นดีเจของเราจะกลายมาเป็นสิ่งที่เร้าใจมากขึ้น!! และด้วยทักษะและรูปแบบที่เรามีต่างๆในการเล่นดีเจ จะทำให้เราสนุกมันมากขึ้นในส่วนของโปรดิวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเล่น Mashups สดๆ การใช้Loop การทำ Re-Edits และการรั่วปุมโดยใช้ เฉพาะเสียง Vocal ทำ Remixs เล่นๆ และปล่อยงานของคุณสู่ผู้ฟัง ในฐานะ DJ/Producer!!

 

 

--- ข้อมูลจาก Digital DJ Tips เรียบเรียงโดย Choco Beat --- 

 

 

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่เป็นดีเจ..ไม่ว่าจะเล่นอาชีพ หรือเล่นเพราะความชอบ..และเป็นดีเจสายไหนก็ตาม ที่สนใจอยากอัพเกรดตัวเอง ให้โปรดิวซ์ได้ ทั้ง Mashups..Re-Edits..Re-Mixs..และทำ Original Track เป็นของตัวเอง หรือกระทั่งการเรียนรู้เรื่องขั้นตอนการคิดงานหาไอเดีย การทำ Mixing and Mastering ในชิ้นงานของเรา..จนไปถึงการนำออกมาใช้ได้อย่างถูกต้องถูกวิธี ทางโรงเรียนอินเอียบีท เปิดคลาสใหม่ DJ/Producer Course หลักสูตรพิเศษ ที่เน้นเฉพาะสายดีเจ เรียนง่ายและเป็นเร็ว..หรือถ้าใครอยากเป็นโปรดิวเซอร์อย่างจริงจังเลย ลองเข้าไปดูที่ Music Producer Course กันได้เลยครับ..เรามีตั้งแต่ขั้นเบื้องต้น จนถึงหลักสูตรขั้นสูง

 

 

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive