เปลี่ยนห้องเก็บของ เป็นสตูดิโอขนาดย่อม

August 25, 2016

 

สวัสดีทุกคนครับ วันนี้กลับมาพบกับผมเช่นเคยกับอาจารย์นับ อินเอียบีท วันนี้ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเซ็ตอัพสตูดิโอของน้องเติ้ล โดยโจทย์หลักของห้องวันนี้คือ เป็นห้องเก็บของ ของบ้านน้องเติ้ลครับ แต่น้องก็ไว้นอนด้วยครับ เนื่องจากเจ้าตัวอยู่สิงคโปร์เป็นหลักแต่อยากได้มุมไว้ทำเพลงและซ้อมดีเจเวลากลับมาเมืองไทยครับ งั้นเรามาชมสภาพห้องกันก่อนเลยครับ ก่อนที่จะลุยเซ็ตอัพอุปกรณ์และห้องกัน

 

จากรูปก็ของเพียบครับ ก่อนอื่นก็ดีไซน์คร่าวๆ ดูก่อนว่าเราจะวางอะไรตรงไหนกันบ้าง พอได้คร่าวๆแล้ว ก็ลุยเก็บของกันก่อนเลยครับ พยายามทำให้โล่งที่สุด เพื่อให้รู้สภาพของตัวห้องจริงๆก่อน และจะได้เช็คว่าตัวห้องมีการสะท้อนเสียงอย่างไรบ้าง โดยหลักๆห้องนี้เสียงจะกระจายบนเพดานพอสมควรครับ เดี๋ยวเรามาแก้ตรงจุดนี้กันครับ เพราะเนื่องจากตัวห้องไม่ได้มีรูปแบบเป็นห้องสี่เหลี่ยมครับ

 

 ลุยต่อขาตั้งอุปกรณ์สุดจำเป็นในการตั้งและวางระดับลำโพงกันก่อนเลย โดยผมยังเลือกใช้ขาตั้งของยี่ห้อ On Stage Stand เช่นเคย เพราะแข็งแรง มั่นคง และราคาไม่แพงครับ

 

 เช่นเคย อย่าลืมติดตั้งตัว Tiptoes กันด้วย จะได้ถ่ายน้ำหนักและแรงสะเทือนลงไปให้น้อยที่สุดครับ และที่สำคัญค่อยๆ ปรับระดับตัวเกลียว ควรใจเย็นและไขให้เท่ากันทั้งสามมุมของขาตั้งครับ

 

 พระเอกคนใหม่ของวันนี้มาแล้วครับ กับอุปกรณ์รองฐานลำโพง ระหว่างตัวมอนิเตอร์กับขาตั้งครับ หรือเราเรียกกันว่าตัว "Recoil Stabilizer" ตามหลักแล้วลำโพงควรมีการตั้งให้อยู่ในสภาพลอยอยู่กลางอากาศ แต่จะทำอย่างไรละ เจ้าตัวนี้ประกอบด้วย แผ่นเหล็กขนาดใหญ่และหนา รองด้วยแผ่นโฟมพิเศษที่มีมวลหนาโดยสามารถกระจายแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากลำโพง ให้ไปไม่ถึงตัวขาตั้ง หรือพื้นผิวสัมผัสที่เราวางลำโพงครับ เพื่อลดการสั่นสะเทือนที่เกิดจากการขับเสียงของตัวลำโพง หลักๆจะช่วยทำให้เสียงเบสของลำโพงนิ่งขึ้นอย่างมาก และทำให้เราสามารถได้ยินเสียงที่ถูกต้องจริงๆของตัวลำโพงของเราครับ โดยเจ้าตัวในภาพนี้คือ ยี่ห้อ Prime Acoustic รุ่นแบบตัดตรง โดยจะมีแบบเฉียงขึ้น และเฉียงลงด้วย สำหรับตัวที่ใช้จะเป็นรุ่นที่ดีไซน์สำหรับ มอนิเตอร์ดอก 5นิ้ว ลงไปครับ เป็นไปได้ควรวางให้พอดี พยายามอย่าให้เกินตัวโฟม เพื่อให้กระจายน้ำหนักได้เต็มที่ครับ สำหรับใครที่มีดอกที่ใหญ่กว่า ก็ควรใช้เป็นรุ่นสำหรับดอก 6นิ้ว ขึ้นไปครับ

 

คราวนี้ก็นำลำโพง มอนิเตอร์ มาติดตั้งได้เลย ตามภาพเป็นรุ่นยอดนิยม ที่ได้มาตรฐานสูงสำหรับการทำเพลง จากยี่ห้อ Focal รุ่น Alpha 50 เป็นดอกขนาด 5 นิ้วครับ ราคาไม่สูงแต่คุณภาพสูงมากๆครับ ใครชอบเบสชัดๆ ต้องรุ่นนี้เลย

 

 ต่อไปก็วัดความสูง จากพื้นถึงหูของผู้ใช้งานครับ แล้วนำความสูงมาวางให้ได้ระดับที่กึ่งกลางดอกลำโพง

 

 วัดความยาวจากกลางดอกฝั่งใดฝั่งนึง ถึงอีกฝั่งครับ เพื่อหาจุด Sweet Spot ที่จะนั่งฟังครับ

 

 นำความยาวที่ได้มาใช้หาจุดที่นั่งทำงานครับ ให้พอดีกับรูหูในฟังเดียวกันครับ หรือหลักๆก็คือให้ลำโพงทำมุมประมาณ 60 องศา ให้ถึงระดับหู

 

 เมื่อได้จุดที่นั่งหรือ Sweet Spot ก็ทำการหมุนล็อคขาตั้งให้ขยับไม่ได้กันเลย เป็นไปได้นำเทปกาวมามาร์คจุดเลยครับ ทั้งตัวขาตั้งและจุดที่นั่งทำงาน เผื่อมีการเคลื่อนย้ายหรือเผลอขยับครับ

 

 ต่อไปพอระยะลำโพงได้แล้ว ก็เซ็ตอัพเจ้า Audio Interface กันต่อเลยครับ ตัวที่เลือกใช้คือ Presonus iTwo โดยมี 2input /2output เพราะน้องเติ้ลต้องการให้มี line in ต่อ output มาจากเครื่องคอนโทรเลอร์ดีเจครับ จะได้ใช้สวิตเล่นสลับกับทำเพลงได้เลย โดยเจ้าตัวนี้สามารถปล่อยเสียงได้โดยตรงจาก input และบาลานซ์ระหว่างเสียงจากคอมและเสียงจาก Input ได้เลย โดยเชื่อมต่อเป็น USB ความละเอียดที่ 24Bit /96kHz

 

 ขั้นตอนต่อไปก็อย่างทุกครั้งเลย คือการ Calibrate ระดับเสียงของลำโพง ให้ได้ค่ามาตรฐานที่จะให้สามารถทำเพลงให้ได้สบายๆ ในระดับ 4-5 ชั่วโมงได้เลย โดยใช้ตัว SPL Meter เป็นตัววัดค่า โดยเราจะปล่อยเสียง Sine Wave ที่ 1kHz เพื่อตั้งค่า Reference Monitor หลังจากนั้นก็ใช้ Pink Noise ตั้งระดับความดังให้ได้ตามที่ตั้งไว้ครับ โดยเราจะค่อยๆหมุนตัว Volume จนได้ระดับตาม Meter จากนั้นก็อาจใช้มาร์คเกอร์หรือสติ๊กเกอร์ มาติดไว้ที่ตัวปุ่มหมุน Gain ของ Volume เวลาทำเพลงจะได้หมุนมาที่ระดับนี้ได้ทันทีเลย

 

 ขั้นตอนต่อไปสำหรับคราวนี้ คือการแก้ปัญหาเสียงสะท้อนจากมุมต่างๆที่ลำโพงได้ปล่อยเสียงออกไป โดยเราจะใช้เจ้าตัว Acoustic Foam มาแก้ไขปัญหาตรงจุดนี้ครับ เนื่องจากทางอินเอียบีท ได้มีโอกาสจัดจำหน่ายอุปกรณ์ Acoustic Foam แบบได้มาตรฐาน จึงถือโอกาสนำอุปกรณ์เจ้าตัวนี้มาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากตัวห้องกันเลยครับ โดยก่อนอื่นได้กล่าวไปตอนเริ่มต้นว่า ห้องนี้มีปัญหาตรงส่วนเพดานมีการกระจายเสียงสะท้อนที่มากเกินไป ทำให้ย่านเสียง Hi ที่เกิดจากตัวห้องค่อนข้างเยอะ งั้นเรามาแก้ไขกันครับ เริ่มจากการหาจุดที่เสียงจะสะท้อนจากลำโพงครับ โดยผมจะใช้กระจกวางแนบแนวผนัง แล้วค่อยๆขยับ แล้วให้ผู้ที่นั่งตรงจุดที่ฟังเสียง ค่อยๆมอง จนเห็นดอกลำโพงของอีกฝั่งนึงครับ โดยใช้ระดับหูเป็นค่าระดับความสูงกึ่งกลางครับ กระจกสะท้อนตรงไหนนั้นหมายถึงตรงนั้นเสียงจะสะท้อนเข้าครับ โดยทำทั้งสองฝั่งครับ

 

ในส่วนด้านข้างจะเป็นระยะกึ่งกลางระหว่างลำโพงกับจุด Sweet Spot โดยตรงกึ่งกลางโฟมเราใช้ระดับความสูงเดิมจากพื้นถึงกึ่งกลางลำโพงครับ โดยด้านข้างผมใช้ ตัว D-Pad สำหรับลดการสะท้อนเสียงด้านข้างครับ โดยติดตั้งง่ายมาก เพียงใช้กาวสองหน้าแบบโฟม ยี่ห้อใดก็ได้ เพราะตัวโฟมมีนำ้หนักเบา แต่ความพิเศษของเจ้าตัวนี้นอกจาก ลดการสะท้อน ยังออกแบบให้สามารถซับเสียงได้อีกด้วยครับ

 

 เอาละต่อไปก็มาแก้ไขปัญหาการกระจายเสียงบนเพดาน ที่เป็นปัญหาหลักของห้องนี้กันดีกว่าครับ โดยผมเลือกใช้เจ้าตัว V-Pad ที่มีขนาดเล็กและเบา โดยดีไซน์มาเพื่อลดปัญหาการสะท้อนเสียง และสามารถซับเสียงได้เช่นกันครับ เจ้าตัวนี้ออกแบบมาเพื่อติดตั้งบนเพดานได้ง่ายสุดๆครับ โดยจะใช้กี่แผ่นขึ้นอยู่กับตัวห้องและระยะความกว้างของลำโพงครับ จริงๆความสูงที่ควรจะติดตั้ง ก็ใช้ระยะที่วัดได้จากกึ่งกลางของดอกลำโพงนั้นแหละครับวัดขึ้นไปจากกลางดอกเลย โดยเราจะติดตั้งไว้กึ่งกลางระหว่างลำโพงถึงจุด Sweet Spot ครับผม 

 

 ตามรูปจะเห็นว่าอยู่ด้านบนระหว่างลำโพงถึงจุดที่เรานั่งทำงานพอดีครับ ถ้ายิ่งวางลำโพงกว้างและไกลขึ้น เราก็จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ยิ่งวางใกล้ยิ่งดูแลจัดการเสียงได้ง่ายขึ้นครับ

 

 ต่อไปในส่วนมุมห้อง ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาการสะท้อนเสียงมากที่สุด โดยเฉพาะกับเสียงเบสเลยหลักๆ เพราะเสียงเบสจะโดนกระจายจากมุมห้องครับ งั้นทำไงดีละ ผมเลยใช้เจ้าตัว Bass-Trap ซึ่งดีไซน์มาสำหรับแก้ไขปัญหานี้และดีไซน์ให้ติดเข้ามุมห้องโดยเฉพาะ แต่ตามห้องนี้ผมไม่สามารถติดที่มุมเลยได้ เนื่องจากติดปลั๊กไฟที่มุมครับ เลยขยับเข้ามาเล็กน้อย โดยใช้ระยะลำโพงเป็นตัวกำหนดครับ โดยความสูงกึ่งกลางก็วัดจากกลางดอกหรือระดับหูเช่นเคยครับ แต่ถ้าห้องไหนมีความสูงถึงเพดานที่ค่อนข้างมาก คงต้องติดเพิ่มให้ได้ระดับครับ โดยอาจใช้การฟังเป็นตัวช่วยได้ครับ พอติดแล้วปัญหาเบสกระจายและสะท้อนเบาลงเยอะมากๆเลยครับ

 

 อันนี้เป็นอีกมุมนึงครับผม เนื่องจากประตูใช้การเปิดออกก็เลยพอติดตั้งได้บ้างครับ เป็นไปได้แนะนำให้ติดที่มุมห้องเลยจะดีที่สุดครับ แต่อันนี้ติดพอให้ช่วยบรรเทาอาการพอสมควรครับ โดยรวมแล้วก่อนติดและหลังติดตั้ง Acoustic Foam ปัญหาของเสียงสะท้อนลดลงไปอย่างมาก เสียงจากลำโพงฟังได้ชัดเจนมากครับ โดยสรุปเราไม่จำเป็นต้องติดโฟมทั้งผนัง เราจะติดตั้งเฉพาะจุดที่มีปัญหาหรือจุดที่มีการสะท้อนของเสียง จากลำโพง มอนิเตอร์ มาเข้าที่หูเราครับ

 

 เป็นอันเสร็จเรียบร้อย กับการเปลี่ยนโฉมจากห้องเก็บของ กลายเป็นสตูดิโอที่พร้อมสำหรับทำเพลงและซ้อมดีเจแบบส่วนตัวสุดๆของน้องเติ้ลคนนี้เลยครับ สังเกตุได้ว่าเจ้าตัวฟินสุดๆเลยครับ เห็นบอกว่าไม่คิดว่าพี่จะมาติดตั้งกันแบบจัดเต็มด้วยตัวเองขนาดนี้ ขอบคุณน้องเติ้ลที่ให้โอกาสทีมงานได้บริการครับผม

 

เพราะฉะนั้นการที่เราจะสร้างสตูดิโอส่วนตัวเพื่อใช้งานซักมุมนึง เราไม่จำเป็นต้องซื้อของตามใคร หรือซื้อของให้เกินความจำเป็น ควรกลับมาถามความต้องการของตัวเองจริงๆก่อนว่าต้องการอะไร แล้วนั้นละครับเราจะได้มุมสตูดิโอที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงๆ และงบไม่บานปลายอีกด้วย ที่สำคัญอย่าลืมหาที่ปรึกษาดีๆ อย่างพวกเราไว้ในอ้อมอกอ้ออมใจของทุกท่านด้วยนะครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ คราวหน้าเราจะไปแปลงโฉมที่ไหนอีกรอติดตามกันนะครับ สวัสดีครับ

 

บทความโดย

อาจารย์นับ อิยเอียบีท

 

 

 

 

 

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive