เจาะลึก Ableton Live10 (Pedal)

January 8, 2018

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ ยินดีต้อนรับสู่ปี 2018 ขอให้เป็นปีที่ดีที่สุดของทุกท่านเลยนะครับ และยิ่งไปกว่านั้นก็ใกล้ถึงวันที่ Ableton Live10 จะออกวางจำหน่ายเต็มรูปแบบเข้าไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคราวนี้เรามาอัพเดท คลังอาวุธใหม่ของ Ableton กันต่อเลยครับ ซึ่งวันนี้เรายังอยู่ในหมวดของ Audio Effect ซึ่งจะเห็นว่า ในAbleton Live10 นั้น กระหน่ำใส่ของใหม่มาให้เล่นกันหนักเลยที่เดียว รอบนี้คงถูกใจสายมือกีต้าร์ไม่ใช่น้อย ไปชมกันเลยครับ

 

 

 The Pedal Effect

 

PEDAL คือ เอฟเฟกกีต้าร์ ที่เล่นเสียง Distortion หรือเสียงแตก ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดเอฟเฟกกีต้าร์ ใน Ableton Live อธิเช่น Tuner, Amp และ Cabinet สำหรับตัวเอฟเฟก Pedal ให้เสียงเวลาเล่นกับกีต้าร์ได้อย่างยอดเยี่ยม และยังสามารถนำไปใช้กับเสียงร้องเพื่อเพิ่มความอุ่นให้กับซาวย์ หรือจะนำไปใช้ร่วมกับเสียงซินธิไซเซอร์และเสียงกลองต่างๆ ได้อีกด้วย งั้นเรามาดูรายละเอียดภายในของเจ้า Pedal กันเลยครับ

 

 

 

Gain สำหรับควบคุม จำนวนของสัญญาณเอฟเฟกที่ส่งไปที่สัญญาณ Dry ที่วิ่งเข้ามาในเอฟเฟก *การตั้งค่า Gain ไว้ที่ 0% ไม่ได้ความว่าเรา ตั้งค่า Distortion ไว้ที่0% แต่หมายถึง เอฟเฟกจะเริ่มต้นการใส่ค่า Distortion ตั้งแต่ 0%และค่อยๆเพิ่มขึ้น ตามค่า Output ที่เราตั้งเอาไว้ 

 

Output สำหรับตั้งค่าความดังเสียงที่ออกจากตัว Pedal

 

*เราสามารถเลือกเปลี่ยนเสียง เอฟเฟกได้สามรูปแบบด้วยกัน นั้นก็คือ

  • OD (Overdrive) ให้เสียงอุ่นและนุ่ม

  • Distort ให้เสียงที่แน่นและค่อนข้างเกรี่ยวกราด 

  • Fuzz ให้เสียงแตกที่ไม่คงที่ เหมือนเสียงตู้แอมส์ที่แตก

 

 

 

ที่สำคัญ Pedal มาพร้อมกับตัว EQ ให้เราปรับแต่งโทนเสียงทั้ง Low Mid Hi หลังจากผ่านตัวเอฟเฟก Distortion แล้ว โดยแต่ละปุ่มหมุ่ม จะทำการเพิ่ม Gain เหมือนตัว Resonance (Q) คือจะเพิ่มค่าความดัง ในย่านเสียงที่ถูกเซ็ตมาแล้ว บนตัวเอฟเฟก โดยถูกตั้งตามความถี่ไว้ดังนี

  • Bass ถูกเซ็ตไว้ที่ 100Hz ช่วยเพิ่ม ความหนาและหนักให้กับเสียง เบสและเสียงกลองได้เป็นอย่างดี หรือไว้เพิ่มโทนเสียงย่านต่ำให้กับกีต้าร์อีกด้วย

  • Mid ถูกเซ็ตไว้ที่ 1kHz โดยค่า Curve ของ Mid เมื่อเราลดจะถูกเซ็ตให้กว้างขึ้นเพื่ปรับลด เสียงย่านกลางได้กว้างขึ้น แต่ถ้าเพิ่ม Curve จะถูกเซ็ตให้แคบลง ซึ่งเป็นการตั้งค่าเหมือนกับใน Guitar Pedal แบบปรกติ ที่จะเซ็ตให้ ตัดเสียงแคบและเพิ่มเสียงให้กว้างในย่านความถี่ต่ำ และลดเสียงกว้าง เพิ่มเสียงกว้างในย่านความถี่สูง 

ด้านล่างปุ่ม Mid เราจะเห็นเป็นเหมือนตัวสวิต เลือกเป็น ซ้ายกลางขวา เจ้าตัวนี้ไว้สำหรับเปลี่ยนค่าความถี่ ของปุ่ม Mid โดยจะถูกเซ็ตไว้ดังนี้

  1. ปรับสวิตไปด้านซ้าย ย่านความถี่จะเป็น 500Hz

  2. ปรับสวิตไว้ตรงกลาง ย่านความถี่จะเป็น 1kHz 

  3. ปรับสวิตไปด้านขวา ย่านความถี่จะเป็น 2kHz   

  • Trable ถูกเซ็ตไว้ที่ 3.3kHz ซึ่งช่วยได้เยอะมากในการลดย่านเสียงที่สูงบาดหู และจะเพิ่มก็ได้ในกรณีที่ต้องการจะเพิ่ม 

SUB จะเป็นการปรับ ค่าของตัว หางของ Curve ที่จะเพิ่มเสียงย่านต่ำที่ 250Hz เราสามารถใช้ฟังชั่นนี้ในการปรับเชื่อม เสียงเบส โดยการเปิดค่า Sub On แล้วตั้งค่า Bass ที่ -100% หรือปรับ โดยปิดค่า Sub Off แล้วตั้ง Low ที่ 100%

 

Dry/Wet สำหรับปรับแต่งบาล้านระหว่าง กระบวนการเล่นเอฟเฟกกับสัญญาณ Dry ที่วิ่งเข้ามา

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ ในคราวหน้าจะมาอัพเดทฟังชั่นไหนอีก ติดตามชมได้เลยครับ วันนี้ขออนุญาติลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

8/01/2018

Ableton Certified Trainer

Tossawat Chotivong

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive