อัพเดทอุปกรณ์ใหม่ Live10.1 (Delay)

June 16, 2019

สวัสดีครับ ห่างหายกันไปนาน วันนี้เลยขออนุญาตมาแนะนำอุปกรณ์ตัวใหม่ใน Ableton Live Version 10.1 กันนะครับ และสำหรับในบทความนี้จะมาเจาะลึก กับเจ้าตัวอุปกรณ์ Audio Effect ตัวใหม่ นั้นก็คือเจ้าตัว  Delay กันครับ ไปลุยกันเลย จะได้ใช้กันได้แบบทะลุมิติ

(Delay) Ableton Live10.1

 

ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่า Concept ของอุปกรณ์ Delay คือการรับเสียงเข้ามาในตัว Effect และนำเสียงเหล่านั้นมาเล่น Note ซ้ำ ในความเร็วที่เราตั้งไว้ และจะเล่นค้างตามค่าที่เราตั้งไว้เช่นกัน ซึ้งในส่วนของกระบวนการสร้างเพลง มักนิยมไว้ทำพวกไลน์ Rhythm ต่างๆ รวมไปถึงการสร้างซาวย์เท่ๆ ในดนตรี Techno อีกด้วย และที่สำคัญในทางการมิกส์เสียงเจ้าตัวนี้ก็มีบทบาทในการสร้างความลึกและมิติ ให้กับเสียงอีกด้วย

(Filter Delay) Ableton Live 8,9,10

 

ทั้งนี้ก่อนหน้า Ableton Live จะให้ Delay Effect มา3ตัวหลักคือ Simple Delay, Filter Delay และ Ping Pong Delay โดยเจ้าตัวนี้สร้างมาเพื่อทดแทน Simple Delay และ Ping Pong Delay เดิม สำหรับเจ้าตัวนี้จะต่างกับ Simple Delay ตัวเดิมคือ จะติดเจ้าตัว Filter มาให้ด้วย จริงๆมันมีอยู่แล้วใน Filter Delay ตัวเก่านะครับ แต่ที่ใหม่จริงคือมีปุ่ม Hold Feedback ให้เราสามารถค้างเสียงจาก Feedback ได้ แต่ที่น่าสนใจคงจะเป็นพวกฟังชั่น Modulation ให้เราสามารถมาควบคุมเจ้าอุปกรณ์ต่างๆได้เพิ่ม อีกทั้งยังสลับเปลี่ยนเป็น Ping Pong Delay ได้ด้วย (เสียงจะสลับเล่นสายขวาเวลาเล่น Delay) ทั้งนี้เลยมีการเอาทั้งตัว Ping Pong Delay และ Simple Delay ออกไปเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นด้วยนะครับ เอาละเรามาทำความเข้าใจ เจ้า Delay ตัวใหม่นี้ ที่ละปุ่มกันเลยดีกว่า

 

 Delay Mode  สำหรับปุ่มนี้เอาไว้ ตั้งค่าการเล่นความเร็วของ Delay หรือ Delay Time คือจะให้เป็นแบบSync วิ่งตาม Tempo เพลงอัตโนมัติ หรือจะตั้งค่า Time คือการตั้งเวลาเอาเอง

 

  Beat Division  สำหรับตั้งค่า Delay Time หรือความเร็วของค่า Delay 

 

  Delay Offset  สำหรับปรับค่าความเร็วให้เล่นเร็วหรือช้ากว่าปรกติ ตัวเลขบวกยิ่งช้าลง

ตัวเลขลบยิ่งเร็วขึ้น

 

 Stereo Link  เมื่อเปิดใช้งานจะทำให้ทั้ง สองฝั่ง Lและ R เล่นค่า Delay Time เดียวกัน

 

 Delay Transition Mode  สำหรับเปลี่ยน Mode การเล่นของ Delay โดยแบ่งเป็น 3 Mode คือ

  1. Re-pitch  เมื่อเปลี่ยนค่า Delay Time ตรงตัว Beat Division จะทำให้เกิด เสียง Pitch วิ่งขึ้นลง คล้ายเสียง Scratch เกิดขึ้น ซึ่งนิยมใช้กันมากในเพลง Techno หรือเทคนิคที่เป็นเสียง Pitch ค่อยๆวิ่งขึ้นโดยการปรับค่า Automation ให้เปลี่ยนความเร็วไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เป็น Caractor เสียงที่เกิดขึ้นใน Tape Delay ทั่วไป  

  2. Fade  คือจะตัดเสียง Pitch ที่เกิดขึ้นออกไป แต่ Corssfade เสียงระหว่างเสียงจากค่า Delay Time ก่อนหน้าที่เล่น กับเสียงจากค่า Delay Time ใหม่ที่ใส่เข้าไป

  3. Jump  จะเล่นค่า Delay Time ใหม่ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าความเร็ว

 

หมายเหตุ: ทั้งนี้สำหรับใครที่ใช้ Simple Delay หรือ Filter Delay ให้กดคลิ๊กขวาที่ Panel เปล่าด้านบน มุมขวาข้างชื่อ Delay แล้วเดี๋ยวจะมีค่าทั้ง 3ตัวนี้ขึ้นมาให้เลือกครับ                                    

 

(เพิ่มเติมสำหรับปุ่ม Ping Pong  เมื่อเปิดใช้งาน เสียงจาก Delay จะสลับเล่นซ้ายและขวา สลับกันไป)

 

 Dry/ Wet  สำหรับ Balance เสียง Dry Signal หรือเสียงจริงที่เข้ามาใน Effect  และ Wet Signal เสียงที่ผ่านตัว Effect แล้ววิธีใช้คือถ้าอยากได้ เสียงไหนมากกว่ากันก็หมุนปรับได้เลย โดยมีค่าเป็นเปอร์เซนส์ของสัญญาณ Effect

 

  Feedback  สำหรับเพิ่มความยาวของเสียง Effect ให้เล่นค้างยาวเท่าไหร

โดยค่านี้ให้เราค่อยๆปรับจนพอใจ 

 

  Freeze  สำหรับกดเพื่อให้เสียง จาก Feedback และค้างไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกดปิดใช้งาน

 

Filter  สำหรับเลือกช่วงย่านความถี่เสียง โดยตัว Filter Type ถูกตั้งไว้เป็นแบบ Band Pass Filter (สามารถตามไปอ่านหรือชมในคลิปก่อนหน้าที่เคยอธิบายเรื่อง Filter ได้เลยครับ) ที่เราต้องการจะตัดความถี่เสียง จากสัญญาณ Wet ที่ผ่าน Effectแล้ว

Width  สำหรับปรับค่าความกว้างของความถี่

 

 Modulation Function  จะมีปุ่มให้ปรับแต่งถึง 3 ค่าด้วยกัน คือ

  1. Rate ตัวกำหนดความถี่ เพื่อกำหนดค่าของการ Modulation ของตัว Oscillator

  2. Filter สำหรับปรับค่าเฉลี่ยที่ตัว Oscillator จะมีผลกับค่า Frequency หรือค่าความถี่เสียงของ Filter  

  3. Time สำหรับปรับค่าเฉลี่ยที่ตัว Oscillator  จะมีผลกับ Delay Time 

 

เทคนิคการใช้งาน Delay

Sound Design  5Step เริ่มต้นใช้งาน Delay

  1. ให้เริ่มต้นลองตั้งค่า Dry/Wet ที่ 50% แล้วเลือกPan ไปซ้ายสุด ตั้งค่า Delay Time ที่พอใจ

  2. จากนั้น Pan ไปขวาสุด ตั้งค่า Delay Time ที่พอใจ

  3. จากนั้นปรับ Pan ให้อยู่ตรงกลาง แล้วค่อยๆปรับ เปอร์เซนส์ของ Dry/Wet จนพอใจยิ่งเปอร์เซนส์ยิ่งมาก เสียงจริงยิ่งเบา ถ้าไม่ต้องการเสียงจริงเลย ก็เปิดเป็น 100%

  4. จากนั้นค่อยๆ หมุน Feedback จนได้ความยาวของหางเสียงที่เล่นที่พอใจ

  5. ลองปรับ Delay Transition Mode ให้เล่นเป็นแบบ Re-pitch แล้วเขียนค่า Automation สลับไปมา ให้เกิด ซาวย์จาก Pitch ที่เล่นขึ้นลง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

 

Mixing Technic 

กรณีที่เสียงเครื่องดนตรีไหนที่ดูโดดออกมาจากเพลง เราสามารถใช้ Delay ช่วยเกลี่ยเสียงได้ โดยเริ่มต้นจากการลองเปิด Streo Link ให้ซ้ายและขวาเล่นค่าเดียวกัน จากนั้นลองตั้ง Beat Divition ที่ 1หรือ2 หรือให้เร็วพอสมควรจากนั้น ปรับ Feedback ประมาณ 30-33% แล้วค่อยปรับเพิ่มค่า Dry/Wet จนเสียงเกลี่ยเข้ากับเพลงในระดับที่พอใจ ทั้งนี้ความเร็วอาจไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ทำ และขึ้นกับไอเดียในการมิกส์เสียงของแต่ละคนด้วย

 

สำหรับครั้งนี้เป็นน้ำจิ้มแรก ที่นำมาฝากของ Ableton LIve 10.1 นะครับ เดี๋ยวจะทะยอยเขียนอุปกรณ์ใหม่มาเรื่อยๆ หวังว่าทุกคนคงได้รับความรู้และนำไปปรับแต่งกันได้ดั่งใจต้องการนะครับ วันนี้ลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้านะครับ สวัสดีครับ

 

16/6/2019

อารจารย์นับ อินเอียบีท

Ableton Certified Trainer

 

Please reload

Featured Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive