Please reload

Recent Posts

อะไรที่ทำให้ ชิ้นงานดนตรีของ 'วงดัง' ถึงยิ่งใหญ่ และทรงพลัง!!

December 1, 2019

1/10
Please reload

Featured Posts

รีวิว AKAI FORCE อุปกรณ์ดนตรีแห่งอนาคต

January 26, 2019

แชร์บทความดีๆกันได้เลยครับ

            สวัสดีครับ วันนี้ผมเชื่อว่าหลายท่าน ได้เห็น Product ใหม่ล่าสุดจากทาง AKAI PROFESSIONAL นั้นก็คือเจ้าตัว AKAI FORCE กันไปบ้างแล้วนะครับ วันนี้ในฐานะคนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ทั้ง AKAI และ ABLETON LIVE คงอดไม่ไหว ที่จะมาเจาะลึกพูดคุยถึงความสามารถและพลังของเจ้า AKAI FORCE ตัวนี้กัน

 

จากที่เห็นหน้าตาจะออกละม้ายคลาย ABLETON PUSH แต่แค่นั้นยังไม่พอ ทุกๆอย่างๆแทบจะทำงานเหมือน ABLETON PUSH แทบจะเรียกว่า 100% หรือเกินไปกว่านั้นแล้ว ทั้งระบบ การเล่น CLIPS SLOT ซึ่งใน ABLETON LIVE จะเรียกว่า SESSION ตัวนี้จะเรียกว่าหน้า MATRIX แต่ที่เรียกเหมือนกันเลย คือในส่วนของ SCENE หรือการเล่นเสียงทั้งหมดของท่อนนั้นๆ รวมไปถึงฟังชั่นระบบ WARP MODE ที่จะทำให้ทุกเสียงที่โยนเข้าไปใน MATRIX นั้นสามารถเล่นด้วย BPM เดียวกันโดยที่เสียงยังคงคุณภาพดี

 

ยังไม่พอระบบ QUANTIZE หรือการนับจังหวะเวลาเปลี่ยน CLIP ยังเหมือน ABLETON LIVE เป๊ะๆ คือสามารถเปลี่ยนทุก 2Bar, 1Bar, 1/2, 1/4 ได้เป็นต้น และยังลึกไปถึงการเลือก QUANTIZE แยกเป็นคลิป ที่พูดมานี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความสามารถของเจ้าตัวนี้ครับ 

 

แต่ก่อนที่เราจะไปดูในส่วนรายละเอียด เรามาทำความรู้จักกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ABLETON และ AKAI PROFESSIONAL กันหน่อยดีกว่าครับ

AKAI APC40

 

ย้อนกลับไปตอน บริษัท ABLETON ได้ออกซอฟแวร์เวอร์ชั่น ABLETON LIVE VERSION8 ทางบริษัท AKAI PROFESSIONAL ก็ได้ทำการออกอุปกรณ์ ABLETON CONTROLLER เครื่องแรกของโลก นั้นก็คือเจ้าตัว "AKAI APC40" ที่ออกมาเพื่อซัพพอร์ทการทำงานของ ABLETON LIVE ในส่วนของหน้า SESSION VIEW เพื่อทำการควบคุม ในส่วน CLIPS SLOT และ SCENE รวมไปถึงในส่วน MIXER และ EFFECT แทบจะเรียกว่าควบคุม หน้า SESSION VIEW แบบครอบคลุมเกือบทั้งหมด ถ้าไม่นับในส่วน CLIPS EDITER เพราะฉะนั้นเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ตัวแรกที่สามารถควบคุม CLIPS SLOT ได้เป็นตัวแรก

AKI APC40 MK2

 

ซึ่งทั้งนี้ไม่นับตัวอื่นๆ ที่ทำออกมาเพื่อ ABLETON LIVE แต่ไม่สามารถควบคุม SESSION VIEW ได้นะครับ ทีเด็ดของ AKAI APC40 อีกอย่าง มี CROSSFADER เพื่อเล่นฟังชั่น A/B เพื่อให้สามารถเล่นดีเจ ได้บน Ableton อีกด้วย เพราะฉะนั้นแทบจะพูดได้เต็มปากว่า เจ้า AKAI APC40 สร้างมาเพื่อซัพพอร์ทการ PERFORMANCE บน ABLETON LIVE โดยแท้

ABLETON PUSH

 

จุดเปลี่ยนอย่างรุนแรงที่สุดคือ วันที่ สองเจ้านี้ จับมือกันผลิตอุปกรณ์ควบคุม ABLETON LIVE แบบครบแทบจะเบ็ดเส็จเป็นตัวแรก ที่ซัพพอร์ททั้ง การทำเพลง และการ PERFORMANCE ในเครื่องเดียว นั้นก็คือเจ้าตัว ABLETON PUSH การมาของ ABLETON PUSH คือความฝันของสาวก ABLETON LIVE ที่หวังว่าซักวันจะมี อุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าเป็น ABLETON LIVE ในเวอร์ชั่น HARDWARE โดยแท้

 

แต่ถึงที่สุด อุปกรณ์อย่าง ABLETON PUSH เพียง MIDI CONTROLLER ที่สามารถควบคุม ABLETON LIVE  ได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็อาจยังต้องต่อพ่วงกับ COMPUTER และซอฟแวร์เพื่อใช้เป็น Sound Engine

 

ในขณะเดียวกันทาง AKAI นั้นก็ถือได้ว่าเป็นเจ้าพ่ออุปกรณ์ทำเพลงแบบ STANDALONE จากซีรีย์คลาสสิค อย่าง "AKAI MPC" ที่เป็นสุดยอดอุปกรณ์ทำเพลง มาเป็นเวลาหลาย 10ปี

AKAI MPC60

 

และแล้วในวันนี้ มันเหมือนทุกอย่างตกผลึก ทั้งระบบฮาร์ดแวร์ชั้นเยี่ยมของ AKAI ผสมผสานกับความง่ายในการสร้างเพลงในแบบ ABLETON PUSH จนกลายเป็น AKAI FORCE เอาละครับไปลุยกันเลย ว่าเจ้าตัวนี้มันมีฟังชั่นและการทำงานอะไรกันบ้าง

AKAI FORCE

 

ระบบการเล่น CLIPS และ SCENE 

โดย AKAI FORCE จะเรียกฟังชั่นนี้ว่า MATRIX โดยมาพร้อมกับช่องเล่น CLIPS เสียง ที่ให้ 64SLOT และปุ่มสำหรับเล่น SCENE หรือการเล่นคลิปทั้งท่อน

 

หรือทั้งแถวแนวนอนพร้อมๆกัน โดยทุกคลิปเสียง จะถูกควบคุมด้วยระบบ QUANTIZE โดยจะสามารถเลือกระยะเวลาในการเปลี่ยนคลิปเสียงดังนี้คือ NONE, 8BAR, 4BAR, 2BAR, 1BAR, 1/4, 1/8, 1/16 โดยจะสามารถกดเปลี่ยนจากตัวเครื่องได้เลยเพียงกดปุ่ม SHIFT แล้วเลือกค่า

 

ทั้งนี้ยังสามารถเปลี่ยนค่า QUANTIZE แยกเป็น CLIP แต่ละ CLIP ได้อีกด้วย โดยกด SELECT CLIP ที่จะตั้งค่าแล้วกดปุ่ม ฟังชั่น CLIP ด้านข้าง MULTI TOUCH DISPLAY ด้านซ้าย จะสามารถกดเลือกค่า QUANTIZE บนหน้าจอได้เลย

 

ที่สำคัญยังแสดงค่า CLIPS หรือหน้า MATRIX ในหน้าจอ MULTI TOUCH DISPLAY และยังสามารถกดเล่น CLIPS จากระบบ MULTI TOUCH DISPLAY ของหน้าจอได้อีกด้วย 

 

ระบบการเล่น CROSSFADER และการ ASSIGN A/B (ซ้าย/ขวา)

ในทุกๆแทรค เราสามารถ Assign Function Crossfade ได้ เพียงกดปุ่ม Assign AหรือB จากนั้นกด Select Track ที่ต้อง โดยแต่ละแทรคจะแสดงสี คือ Track ขึ้นไฟสีเหลืองคือ Assign ไป A หรือ Crossfadeฝั่งซ้าย และไฟสีแดงคือ Assign ไป B หรือ Crossfadeฝั่งขวา ถ้าต้องจะเล่นเพลง Tarck ที่ Assign ไว้เพียงใช้ Crossfade ขยับ หรือในความเป็นจริง ตัวเครื่องรองรับการโยนเพลงทั้งเพลงลงไปบน Matrix และใช้ Crossfade เพื่อ MIx ในแบบดีเจได้เลย

 

CUE HEADPHONE 

ที่บอกว่า Support งานดีเจและ Performance ก็คือเสียบช่องหูฟังเพื่อฟังแยกกับลำโพงได้ ซึ่ง Soundcard ที่ให้มาจัดให้ถึง 4Out Put คือ 1/2 สำหรับ Speaker 3/4 สำหรับออก HEADPHONE

 

ระบบการสร้าง TRACK 

ระบบ TRACK เมื่อกดสร้าง TRACK จะมีให้เลือกเป็น ระบบ ต่างๆ ดังนี้คือ

  • AUDIO TRACKS - สำหรับใช้งานรวมกับ AUDIO CLIP 

  • DRUM TRACKS - สำหรับใช้งานรวมกับชุด DRUM KIT ที่ให้มาโดยมีหน้า STEP SEQUENCER ให้สร้างแพทเทินได้อย่างง่ายอีกด้วย

  • PLUGIN TRACKS - สำหรับใช้งานกับ PLUGIN ที่ให้มาในเครื่อง4 ตัว

  • KEYGROUP TRACKS - สำหรับเลือกโหลด Instrument หลายตัวพร้อมกันเพื่อผสมเสียง และเขียนโน้ตหรือควบคุม MIDI โดยใช้งานเพียง TRACKเดียวเท่านั้น

  • MIDI TRACKS - สำหรับส่งค่า MIDI เพื่อเล่นคู่กับ HARDWARE SYNTH ต่างๆ โดยสามารถต่อเสียงเข้ากับ LINE IN ของเครื่องได้โดยตรงเพื่อเล่นเสียง และสามารถบันทึกเสียงเพื่อเก็บเป็น Sample ไว้ใช้ในกรณีที่ไม่ได้ต่อเครื่องอีกด้วย

  • CV TRACK - สำหรับส่งสัญญาณ MIDI DATA ไปที่ EXTERNAL DEVICEต่างๆ ผ่านช้อง CV(CONTRO VOLTAGE) และ GATE ที่ให้ถึง 4ช่องสัญญาณ

   

BROWSER ระบบที่จะทำให้คุณหาเสียงที่ต้องการอย่างง่ายๆ

เมื่อสร้างแทรคแล้ว เขาจะมีเสียงมาให้เลือก โดยขึ้นอยู่กับการใช้งานตามระบบของ Track ที่เราสร้างไว้ ดังนี้

  • Audio Clips สำหรับ Audio Track โดยจะให้มาเป็นไฟล์ .Wav

  • Midi Clips สำหรับ Midi Track โดยจะเป็น Pattern Midi Note

  • Samples จะเป็นไฟล์ Audio แบบ One-Shot เพื่อให้เราไป Edit หรือเพื่อสร้าง Custom Kit ของตัวเอง 

  • Instrument เปิดใช้งาน Plugin ที่ให้มาถึง 4ตัว

  • Kits ชุดกลองหรือชุดซาวย์ ที่เขาเลือกมาให้เราพร้อมใช้แล้ว โดยจะทำงานรวมกับ ระบบ Step Sequencer หรือการเขียน Note ผ่านจอ MULTI TOUCH DISPLAY ได้เลย

โดยทั้งนี้เราสามารถเลือก Search เสียงที่ต้องการ ผ่านการพิมพ์บนหน้าจอ MULTI TOUCH DISPLAY ได้เลย

 

STEP SEQUENCER ระบบที่ทำให้การสร้างจังหวะง่ายขึ้นไปอีก

 

เมื่อกดปุ่ม STEP SEQ หรือ Step Sequencer เราจะสามารถใช้ระบบ Step Sequencer เพื่อสร้าง Pattern โดยการใส่โน้ตลงไปได้เลย โดยตัวเล่น Clip หรือหน้า Matrix จะเปลี่ยนเป็นปุ่มเพื่อควบคุมระบบ Sequencer ทั้งหมด โดยจะแบ่งเป็นสาม Section ของ ทั้ง 64Pad ดังนี้

  • First Section จะไว้กดเล่น Sample ทั้ง 16เสียง 

  • Second Section จะไว้สำหรับเลือก Velocity

  • Third Section สำหรับใส่ค่า Note 

 

โดยเมื่อสร้างแพทเทินเริ่มต้นได้แล้ว เราสามารถ กดปุ่ม Shift+Double ด้านล่าง ให้Duplicate ค่าBar ที่ทำไว้แบบคูณสอง เช่นจาก 2Bar เป็น 4Bar เป็นต้น และยังสามารถเข้าไปใส่รายละเอียดของแต่ละ Bar แบบง่ายๆ เพียงกดปุ่ม STEP SEQ ค้างไว้ ที่ Matrixจะขึ้นให้เลือก Bar ที่ต้องการEdit ได้เลย 

 

ทั้งนี้เราสามารถตั้งค่า Quantize Noteได้ โดยตัวเครื่องจะเป็น Mode Timing Correct โดยจะให้ปรับส่วนที่ต้องการ Quantize เช่น 1/4, 1/8, 1/6 เป็นต้น และยังปรับค่า Swing ให้เล่นแบบ Shuffle ได้อีกด้วย 

 

NOTE MODE ระบบที่จะทำให้ทุกคนสามารถสร้าง Chord และ Melody โดยที่ต้องไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องทรษฏีดนตรีใดๆ 

 

โดยใน NOTE MODE นั้น บนปุ่ม Matrix จะโชว์โน้ตตัวที่เป็นสีเข้มคือ จะเป็น Routh Note และNote ที่เหลือจะเป็น Note ตามสเกลที่เลือกไว้ โดยทั้งนี้ เมื่อกดปุ่ม NOTE MODE ค้างไว้ จะขึ้นให้เราเลือกเป็น MODE ต่างๆ ดังนี้คือ

  • Chromatic 

  • Scale 

  • Harmonize

  • Chords

  • Progression

  • Piano

  • Guitar

  • Bass

  • Tonnezt

โดยทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณสามารถ ทำเพลงโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องทรษฎีดนตรีใดๆ เลย ที่น่าสนใจสุดๆคือ Chords Mode ที่แค่เพียงกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว จะเล่นเป็น Chord เลย ที่สำคัญยังทำเป็น Preset Chord ที่เหมาะกับแต่ละแนวมาให้อีกด้วย ซึ่งเป็นChord ที่ฟังแล้วใช้เลย

 

PLUGIN INSTRUMENT  ระบบPlugin บนตัวเครื่องให้คุณสร้างเสียงบนระบบ MIDI(Music Instrument Digital Interface) ได้อย่างอิสระ

 

ทีเด็ดสุดของเจ้าเครื่องนี้ ที่ทำให้รู้ว่าไม่ต้องใช้ Computer จริงๆ ก็เห็นจะเป็น Plugin เสียงทั้ง 4ตัว เรามาเจาะความสามารถเป็นตัวๆก็ไปเลยครับ

  • HYPE  คือ Synthesizer ที่ดีไซน์สำหรับเสียง Lead แล้วซาวย์หนักๆทั้งหลาย เพราะเป็น Multiple Synth ที่รวมทั้งระบบ Wavetable, FM, Sampling และ Subtractive Synthesis พร้อม Preset เพียบๆ ใครอยากได้เสียงซินส์หนักๆ ซาวย์ใหม่ๆตัวเดียวจบ

 

  • TUBE SYNTH  เดี๋ยวจะว่าไม่มี Classic Synth สำหรับสาย Synth Pop เท่ๆ เลยจัด Polyphonic Synth มาให้อีกตัว แต่ซาวย์จะอุ่นแค่ไหน ต้องรอฟังกันครับ

  • BASS LINE คงพลาดไม่ได้ถ้าไม่มี Analog Synth เล่นแบบ Monophonic พร้อมระบบFILTER ที่ดีไซน์มาเพื่อทำ BASS และ LEAD รอฟังความอุ่นเลยครับ