12 เทคนิค ‘ฟื้นคืนชีพ’ สำหรับดีเจกับนักดนตรีกลางคืนที่มีอาการ 'เมาค้าง'!!


“แกร..ชั้นจะไม่มีวันดื่มหนักแบบเมื่อคืนอีกแล้ว” วลีสุดฮิต ที่เรามักจะได้ยินจากปากเพื่อน(หรือปากตัวเอง) หลังจากตื่นมา พร้อมฤทธิ์สุราที่ยังคงค้างอยู่ ‘เต็มถัง’ นั้นเอง!! แล้วยิ่งถ้าใครมีอาชีพดีเจ หรือนักดนตรีตามผับบาร์ ที่ต้องเจอกับอาการ ‘ปวดหัว..มวนท้อง’ แบบนี้กันอยู่เป็นประจำ!!..วันนี้แอดมินมีวิธีดีๆ สำหรับช่วยแก้อาการ ‘เมาค้าง’ มาฝากครับ!!

(Photo From Gizmodo.com)

1. ซัดน้ำเป็นตุ่ม!! (Phto From Cbc.ca)

ถึงจะ 'เปรียบเปรย' ออกจะเกินจริงไปนิด..แต่ผมหมายถึงให้ กินน้ำเยอะจริงๆนะครับ..นั้นเพราะการ 'ดื่มแอลกอฮอล์' แต่ละครั้งจะก่อให้เกิด 'ภาวะขาดน้ำ' (Dehydration)และไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเลยล่ะ แต่เราก็มีวิธีแก้อาการนี้ง่ายๆด้วยการ 'ชดเชยน้ำ' (Re-hydration) โดยเฉพาะการดื่มของเหลวที่ไม่มีอะไรมาเจือ เหมือนน้ำเนี่ยแหล่ะ แถมจะยิ่งดีต่อกระบวนการย่อยอาหารด้วยครับ และไม่มีผลกระทบต่อระบบอื่นๆของรางกายจ้า!

2. ดื่มแบบนักกีฬา!! (Photo From Reshareit.com)

ไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่า เครื่องดื่มพวก ‘สปอร์ตดริ๊ง’ ก็สามารถช่วยได้เยอะทีเดียวครับ!! เพราะนอกจากจะชดเชยน้ำที่ร่างกายเสียไปแล้ว ยังชดเชยพลังงานให้กับเราด้วยครับ..ถ้าใครสนใจวิธีนี้ ให้ลองเลือกเครื่องดื่มโดยดูอันที่ฉลากข้างขวด มันจะต้องเขียนว่า บรรจุ ‘Electronlytes’ แต่ส่วนมากก็จะมีอยู่แล้วนะครับ ที่ควรระวังก็ จะเป็นยี่ห้อที่ผสม คาเฟอีนเข้าไปด้วยนี่สิ อันนี้ห้ามเลย! เพราะมันจะไปเพิ่มปฎิกริยา ‘Dehydrated’ แทนครับ

3. หายแฮงค์ดี..มีประโยชน์ด้วย 'น้ำผลไม้' (Photo From Sigmalive.com)

ถ้าจะพูดถึงเครื่องดื่มที่สร้างความสดชื่นได้ดีที่สุด ก็ต้องน้ำผลไม้จากธรรมชาติเนี่ยแหละ..นั้นเพราะวิตามินและแร่ธาตุจะทำให้ร่างกายคุณ ‘กระชุ่มกระชวย’ ขึ้นมาทันที และด้วยการที่น้ำประเภทนี้จะประกอบไปด้วย น้ำตาลฟรุกโทส (Fructose) ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มพลังงานและยังช่วยให้ ‘ตับ’ ทำงานได้ดีอีกด้วยครับ ส่วนการเลือกน้ำผลไม้นั้นแนะนำว่าควรจะเป็นอันที่มีวิตามินซี (Vitamin C)เยอะนะครับ เพราะร่างกายจะสูญเสียวิตามินชนิดนี้จำนวนมากไปกับการปัสสาวะ(ซึ่งส่วนใหญ่เวลาเมาเราจะเข้าห้องนำ้หนักมาก) ส่วนน้ำผลไม้ที่แนะนำคือ น้ำส้ม..น้ำมะเขือเทศ และน้ำมะพร้าวครับ

4. ลดอาการพะอืดพะอมด้วย ‘ชาขิง’ (Photo From Healthylivingapothecary.com)

ประโยชน์ของเครื่องดื่มประเภทขิง จะช่วยแก้อาการ ‘คลื่นไส้’ ได้ดีครับ..ซึ่งผ่านการพิสูจน์จากคุณแม่ท้องอ่อนท้องแก่ทั้งหลาย ที่มักดื่มชาขิง แก้อาการพะอืดพะอมในตอนเช้า..และหลักการเดียวกันนี้ย่อมใช้ได้ดีกับอาการเมาค้างด้วย.. เพราะกระบวนการที่เกิดจากน้ำขิง จะปรับระดับน้ำตาลกลูโคส(Glucose) ในเลือดนั่นเอง!! แต่อย่าลืมเลือกที่มีคาเฟอีนต่ำหรือไม่มีเลยจะดีกว่านะฮะ!! เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มกระบวนการ ‘Dehydrated’แล้ว..ยังส่งผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดในร่างกาย และเพิ่มความดันเลือดอีกด้วย!!..พูดง่ายๆคือจะทำให้อาการแฮงค์ หนักขึ้นครับ!!

5. ‘ไข่’ สาระพัดประโยชน์!! (Photo From Tomorrowstarted.com)

นอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักกล้ามแล้ว..ไข่เป็ดและไข่ไก่ สามารถต้านทานอาการ ‘แฮงค์โอเวอร์’ ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วยนะฮะ.. นั้นเพราะมันมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ซีสเทอีน’ (Cysteine) ซึ่งจะขจัดพิษจำพวกแบคทีเรีย(Toxin)ที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่ทุกครั้งหลังดื่มแอลกอฮอล์ครับ!! กินไข่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ‘กระปรี้กระเปร่า’ และเต็มเปี่ยมด้วยพลังงาน.. แต่แนะนำว่าไม่ควรเป็นไข่ที่ชุ่มเนยชุ่มน้ำมันนะครับ เพราะมันจะทำให้คุณ ‘คลื่นไส้’ แทนนะ

6. กินอาหารประเภท ‘โพแทสเซียมสูง’ (Photo From Brobible.com)

เคยสังเกตกันมั้ยว่า ทำไมตอนเราดื่มเครื่องดื่มมึนเมา ถึงเข้าห้องน้ำมากผิดปรกติ?..นั่นแอลกอฮอล์มีประสิทธิภาพในการขับปัสสาวะสูงครับ และเมื่อคุณต้อง ‘ฉี่’ ออกมานั่น ‘โพแทสเซียม’ จะตามออกมาด้วย!! และเมื่อร่างกายมีแร่ธาตุนี้น้อย จะทำให้เกิดอาการ เพลีย..คลื่นไส้..และแขนขาอ่อนแรงฮะ!! (อาการแฮงค์เลยล่ะนั้น) วิธีแก้ก็คือ หาโปแทสเซียมเข้าไปทดแทน ซึ่งอาหารที่แนะนำก็จะมีทั้ง ผงโกโก้..ลูกพรุน..ลูกเกด..เมล็ดทานตะวัน..อินทผาลัม..กล้วย..และส้มครับ(ปลาแซลมอนก็ใช้ได้เหมือนกันนะ)

7. ‘ปัง’..แก้แฮงค์!! (Photo From Odishasamaya.com)

ขนมปังหรือแครกเกอร์ ถือเป็น ‘อาหารรสอ่อน’ (Bland Food) จะดีสำหรับช่วงเวลาที่กระเพาะเราอ่อนแอ่ครับ.. แต่จะต้องเข้าใจไอเดียก่อนว่า เราไม่ได้กินเพื่อ ให้อาหารเข้าไป ‘ดูดซับ’ แอลกอฮอล์นะครับ แต่มันจะเข้าไป เร่งระดับน้ำตาลในเลือดและเติมเต็มสารอาหารเสียมากกว่า.. เนื่องด้วยแอลกอฮอล์จะมีผลต่อการ ‘รักษาระดับความเข้มข้นของน้ำตาลในเลือด’ สำหรับร่างกาย และถ้ามีน้ำตาลต่ำจะนำไปสู่ การความอ่อนเพลีย และหมดแรงครับ สำหรับขนมปังให้เน้นที่เป็นแบบ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (complex carbohydrate) เช่นข้าวโอ๊ด หรือ โฮลวีทครับ คุณสมบัติของคาร์โบไฮเดรตประเภทที่แตกตัวยากนี้ จะรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีนั่นเองครับ

8. นอนกินบ้านกินเมือง (Photo From themovieliving.com)

จริงๆแล้วการ ‘นอนหลับ’ ถือเป็นหนทางฟื้นฟูร่างกายจากอาการเมาค้างได้ดีที่สุดครับ!! แต่ก่อนจะไปต่อ เรามาเข้าใจเรื่อง 'การนอน' กันสักหน่อยดีกว่า.. การนอนหลับนั้น จะแบ่งออกได้เป็นสองช่วงครับ.. โดย ‘ช่วงแรก’ จะเรียกว่า 'Non-Rapid Eye Movement Sleep'(NREM) ซึ่งจะแบ่งย่อย ออกเป็น 4ระยะ ตั้งแต่ ‘เริ่มหลับ’ จนถึง ‘หลับลึก’ ส่วน ‘ช่วงที่สอง’ จะเรียกว่า Rapid Eye Movement Sleep(REM) ช่วงนี้กล้ามเนื้อตาจะมีการกรอกไปมา(ตามชื่อ)..เจ้าช่วงเนี้ยแหละที่คนเราจะฝันกันฮะ!! แต่เชื่อหรือไม่ว่า ช่วง REM นี้จะกินเวลาแค่ 20-25 % ของแต่ละ 'รอบการนอน'(Sleep Cycle)เท่านั้น!! (สังเกตว่าใครตื่นนอนในช่วง REM ส่วนใหญ่จะจำฝันได้)

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก อาจจะทำให้ ช่วง REM เกิดขึ้นได้น้อยกว่าปรกติ!! นั้นหมายความว่าการที่ร่างกายจะ ‘ฟื้นฟูสมอง’ จากการหลับนั้นน้อยกว่าเดิมจ้า..เพราะฉะนั้นเราต้องนอนให้มากขึ้น แล้วยิ่งถ้าเราอดนอนเข้าไปอีก อาการแฮงค์ก็จะยิ่งแย่ลงนะครับ

9. เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ (Photo From Activeonegroup.com)

ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องออกแรงมาก และไม่กระทบต่อกระบวนการ ‘Dehydration’ ด้วยครับ ซึ่งวิธีออกมาเดินทอดน่องรับลมนั้น จะช่วยให้เรา รู้สึกดีจากอาการแฮงค์ได้มากเลยทีเดียว..เพราะอัตรา ‘พิษ’ (Toxin) จากแอลกอฮอล์จะสลายลงไปจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณออกซิเจนในอากาศครับ แถมการออกกำลังกายแบบ ‘เดินเร็ว’(Brisk Walking) ยังช่วยให้เกิดกระบวนการ Metabolism ที่ดีด้วยเป็นการชะล้างแอลกอฮอลล์ออกจากระบบของร่างกายฮะ (จะแกว่งแขน 'ลดพุง' ไปด้วยก็ได้ตามอัธยาศัย แต่จำไว้ว่า อย่าฝืนนะครับ)

10. อาการหนัก..บรรเทาด้วย 'ยาแก้ปวด' (Photo From Medicalnewstoday.com)

ในกรณีที่ดื่มหนักจนเกินไป..อาจจะตามมาด้วยอาการปวดหัวแบบสุดๆ แถมยังมีอาการปวดเมื่อย..คั่นเนื้อคั่นตัวอีก เราขอแนะนำว่า อาจจะต้อง 'กินยาแก้ปวด' เพื่อบรรเทาอาการที่จะเกิดขึ้นหลังตื่นนอนครับ โดยสามารถทานยาจำพวก แอสไพริน หรือ เอ็นเสด(NSAID) ประเภทบรรเทาปวดและต้านการอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่นยี่ห้อ แอสไพริน(Aspirin) หรือ ไอบรูโปรเฟน(Ibuprofen) แต่ต้องรู้ไว้ว่า ยาแก้ปวดนั้นอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและให้เกิดอาการพะอืดพะอมได้นะครับ... ที่สำคัญ พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานยาแก้ปวดประเภท อะเซตามิโนเฟน (Acetaminophen) ที่รู้จักกันคือ พาราเซตามอล(Paracetamal) และไทลีนอล (Tylenol) ซึ่งไม่ควรได้รับในขณะที่ร่างกายมีแอลกอฮอล์อยู่ เพราะยาเหล่านั้นทำปฎิกริยาต่อตับโดยตรง!!

11. ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร (Photo From Redbulletin.com)

อาการโดยทั่วๆไปของ การเมาค้างนั้นคือจะทำให้ 'ระดับกรดในกระเพาะอาหาร' สูงขึ้นครับ..ถ้าคุณมีอาการคลื่นไส้ ให้รับประทานยาที่ช่วยลดกรด หรือต้านอาการอาหารไม่ย่อย และเหมือนอย่างข้อเมื่อกี้..ยาแผนปัจจุบันพวกนี้ เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ ควรจะอ่านฉลากยาให้ดีหรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนเสมอจ้า.. ถ้าเป็นตัวยาส่วนใหญ่ของยาลดกรดจะประกอบด้วย อะลูมิเนียม ไฮดรอกไซด์ (Aluminium Hydroxide) แมกนีเซียมคาร์บอเนต (Magnesium carbonate) หรือ แคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) และ แมกนีเซียมไตรซิลิเกต (Magnesium trisilicate) ครับ

12. ทดแทนสิ่งที่หายไปด้วย 'วิตามิน' (Photo From Livestrong.com)

การดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะทำให้ร่างกายเราสูญเสีย สารอาหารที่อยู่ในร่างกายไป รวมถึง วิตามิน B12 และวิตามินโฟเลท(Folate) ซึ่งเราจำเป็นต้องทดแทนลงไป แนะนำว่าทานประเภทที่ ประเภทที่ใช้ละลายกับน้ำ (Soluble Pills) และเป็นแบบเม็ดฟู่ (Effervescent Tablets) จะได้ส่งผลไปยังระบบในร่างกายได้เร็วกว่าครับ

จริงๆแล้ววิถี 'ธรรมชาติ' ในการแก้อาการ 'เมาค้าง' ที่ดีที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องของ 'เวลา' 'การนอนพัก' และการ 'ทดแทนน้ำที่เสียไป' ล่ะครับ แต่ปัจจุบันนี้ ก็มีผลิตภัณท์จำพวกแก้ปัญหาแฮงค์โอเวอร์ ประเภท 'เม็ดเดียวแก้ทุกอาการ' อะไรอย่างงี้..อยู่เหมือนกันน่ะ!.. ส่วนจะรวดเร็วทันใจ หรือเห็นผลแค่ไหน ก็แล้วแต่ล่ะก็ขึ้นอยู่กับร่างกาย ของแต่ละคนด้วยครับ.. สุดท้ายนี้ ถ้าใครมีวิธีเจ๋งๆ หรือสูตรส่วนตัว แนะนำกันได้เลยนะครับ

--- ข้อมูลจาก Netdoctor.com Lovelivehealth.com Livescience.com WikiHow.com และ Drugs.com เรียบเรียงโดย Choco Beat ---

Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square

More From InEarBeat

 

Videos

 

Shop

 

Gallery

 

Blog

 

Repair

 

Interact With Us 

© 2020 By InEarBeat

Stay Update

We Accepted:

Subscribe to our newsletter for the latest music courses, events and current school updates.