5 เทคนิคการแยกประเภทลำโพง..ระหว่างคนทำเพลง และคนฟังเพลง!!


วิธีแยกประเภทลำโพง

ปัจจุบันในโลกของเสียงดนตรีนั้น มีผู้ฟังให้ความสนใจอย่างกว้างขวางในเรื่องของอุปกรณ์เสียงที่จะนำไปใช้ในการฟังดนตรี แต่ในที่นี้มีหลายคนอาจจะเกิดความสับสนในการเลือกใช้ลำโพงให้ตรงกับความต้องการของตนเอง ตัวอย่างเช่น เพื่อผลิตผลงานเพลง การหาลำโพงเพื่อดูหนัง หรือสำหรับฟังเพลง..วันนี้เราลองไปทำความเข้าใจ เกี่ยวกับแต่ละประเภทกันดีกว่าครับ

1.ลำโพง HI-FI (Photo From Nivasgroup.com)

วิธีแยกประเภทลำโพง

คือลำโพงที่ถูกปรับแต่งเสียงให้มากขึ้นมีนักฟังเพลงหลายท่าน หรือ ผู้ที่เริ่มฟังเพลง หลายคนเข้าใจว่าลำโพงไฮไฟ (Speaker Hi-Fi) หรือเครื่องเสียงตามบ้านที่มีขายตามท้องตลาด ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปนั้น สามารถนำมาทำเพลงได้ไหม ? ซึ่งจริง ๆ แล้วลำโพงไฮไฟ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการฟังเพลง ดูหนัง เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก ตัวลำโพงจะมีการปรับแต่งเสียงให้มากเกินกว่าความเป็นจริงจึงทำให้เพลงมีความไพเราะขึ้น

2. เสียงไม่หลอกหู..ต้องเลือกลำโพงสำหรับ Monitor (Photo From www.mixware.net)

วิธีแยกประเภทลำโพง

แต่ในมุมมองของการทำเพลงนั้น ลำโพงที่ต้องใช้ในการทำเพลงนั้นคือ ลำโพงมอนิเตอร์ (Speaker Monitor) ที่ใช้จะต้องให้เสียงที่เน้นในมิติหรือความกว้างของเสียงเป็นหลัก เพื่อให้ซาวด์เอ็นจิเนีย หรือผู้ทำเพลงได้ยินเสียงอย่างครบถ้วน และไม่มีการปรับแต่งเสียงให้เสียงผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับของเสียงเดิม เพราะฉะนั้นลำโพงไฮไฟจึงไม่เหมาะสำหรับการทำเพลงอย่างแน่นอน

3. รู้ว่า..อะไรคือลำโพงแบบ Passive (Photo From Thehub.musiciansfriend.com)

วิธีแยกประเภทลำโพง

แบบ Passive คือ ลำโพงที่ไม่มี Power Amp ในตัว ที่มาช่วยขับเสียงจากลำโพง เพราะฉะนั้นผู้ใช้งานต้องคำนึงถึงแรงไฟของตัวแอมป์ ให้เหมาะสมกับลำโพงที่จะนำไปใช้งานด้วย

4. รู้จักลำโพงแบบ Active (Photo From Musicradar.com)

วิธีแยกประเภทลำโพง

แบบ Active คือ ลำโพงที่จะมาพร้อมกับ Power Amp ในตัว ให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งเสียงต่าง ๆ เช่น Computer ที่ได้รับความนิยมสูง เพราะใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องพ่วงหลายชิ้น

5. ทำไมต้องมี Sub Woofer (Photo From Fluidaudio.net)

วิธีแยกประเภทลำโพง

ทำเพลงที่บ้าน แต่พอไปเปิดในคลับ หรือเครื่องเสียงบนเวที ทำไมเบสไม่เท่ากัน? เพราะลำโพงตามงานหรือชุด PA จะมีลำโพงพิเศษที่ไว้เล่นย่านต่ำกว่า 50Hz ลงไป แต่มอนิเตอร์ที่เราใช้ทำเพลงทั่วไปนั้น ถูกออกแบบมาให้สามารถมิกส์ได้เฉพาะย่านตั้งแต่ 50Hz ขึ้นไป เพราะฉะนั้นจะต้องมีลำโพง Sub Woofer มาช่วยเพิ่ม เป็นระบบ 2.1 ในตอนมิกส์ด้วย หรือในปัจจุบันมีลำโพงอยู่หลายยี่ห้อที่มีขนาด 8นิ้ว ขึ้นไป จะติดเจ้าตัว Sub Woofer มาด้วยหรือสามารถเล่นย่านต่ำได้ถึง 30Hz อีกด้วย

สรุปแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการทำเพลง หรือซ้อมดีเจ ควรจะต้องใช้ลำโพงมอนิเตอร์ ที่ไม่หลอกเสียง ให้เสียงจริงตรงตามเสียงที่มาโดยไม่มีการปรับแต่งเสียงจากตัวลำโพงครับ สำหรับที่มองหาหรือสนใจเลือกซื้อลำโพงไว้ใช้ สามารถเข้าไปชมใน อินเอียบีทช็อป ได้เลยครับ หรือคลิ๊กที่ Link นี้เลยครับ https://www.facebook.com/inearbeatshop/photos/a.1527736594110235.1073741828.1527716480778913/1744551039095455/?type=3&theater

Featured Posts
Recent Posts
Archive
Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square